โดย เกศณี คิ้วนาง
ตำบลชุมโค อำเภอปะทิว จ.ชุมพร เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล และที่ราบสูงสลับกับเนินเขาขนาดย่อม มีภูเขาที่สําคัญ คือ เขาช่องสิบห้าวา และเขาถ้ำน้ำลอด ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของตําบล มีสายน้ำที่สําคัญ ได้แก่ คลองวังช้าง และคลองชุมโค มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลจำนวน 3 หมู่บ้าน เชื่อมต่อกับชายฝั่งทะเล ทำให้ทางทิศตะวันออกเป็นป่าชายเลน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ทําสวนปาล์ม ยางพารา ประมง และรับจ้างทั่วไป รายได้ถัวเฉลี่ยต่อครอบครัวภาคประมงประมาณ ปีละ 150,000 บาทและเกษตรกรรม ประมาณปีละ 120,000บาท และจากการค้าขายผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร สินค้าประมง ปีละ 120,000 -200,000 บาท

นายเชิดศักดิ์ ชำนาญ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลชุมโค เล่าถึงการรวมตัวของพี่น้ององค์กรชุมชนในตำบลว่า เดิมจะอาศัยผู้นำท้องที่เป็นศูนย์กลาง แต่หลังจากปี 2552 ที่ได้มีการจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลชุมโคขึ้น จึงได้ใช้กลไกของสภาองค์กรชุมชนในการเชื่อมร้อยองค์กรต่างเข้าด้วยกัน เพื่อช่วยกันทำงาน ร่วมกันแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องในตำบล ในลักษณะ 3 พลัง ได้แก่ชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่นและหน่วยงานภายนอก อาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นในการรักษาอัตลักษณ์ความพอเพียง ถึงแม้สภาพสังคมปัจจุบันจะไม่สามารถทำให้คนดำรงอยู่ภายในชุมชนได้ทั้งหมด แต่ในหมู่บ้านก็ยังใช้ทรัพยากรที่มีความแตกต่างกันพัฒนาผ่านภูมิปัญญา ด้วยระบบ “ ภูมิปัญญาอาชีพอุปถัมภ์” ใช้ตัวชี้วัดของชุมชนเป็นตัวตั้ง

กลุ่มข้าวไร่ตำบลชุมโค เป็นหนึ่งใน 31 กลุ่มองค์กรสมาชิกสภาองค์กรชุมชนตำบลชุมโค ซึ่งเป็นตัวอย่างอีกหนึ่งกลุ่มที่ทำงานร่วมกันในลักษณะ 3 พลัง ชุมชน ท้องที่ และสถาบันการศึกษา คือ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร เข้ามาหนุนเสริมทั้งความรู้และงบประมาณ

นางอัมพรรณ คฑาชาติ ประธานกลุ่มข้าวไร่ ตำบลชุมโค ให้ข้อมูลประวัติความเป็นมาของกลุ่มข้าวไร่ ว่า แต่เดิมตนและเพื่อนบ้านก็ปลูกข้าวไว้กินเองมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ข้าวที่ปลูกก็พันธุ์พื้นเมืองทั่วไป จนกระทั่งปี 2554 ุ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ร่วมจิตร นกเขา อาจารย์จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร ซึ่งท่านได้ทำการศึกษาวิจัยด้านข้าวไร่ในพื้นที่ภาคใต้และรวบรวมพันธุ์ข้าวไร่พื้นเมือง มีทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว เช่น นางครวญ สามเดือน ภูเขาทอง เล็บนก ดอกขาม นางดำ นางเขียน เล็บมือนาง มาให้ความรู้เพื่อส่งเสริมการปลูกและอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไร่ประกอบกับโดยส่วนตัวมีความชื่นชอบอยู่แล้ว ด้วยคุณสมบัติข้าวไร่ที่ต่างจากข้าวพันธุ์ทั่วไปคือ มีกลิ่นหอม รสชาดอร่อย หุงขึ้นหม้อ จึงได้รวมกลุ่มกับเพื่อนบ้านที่มีความสนใจเช่นเดียวกันเป็นกลุ่มข้าวไร่ และปลูกตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

การปลูกข้าวไร่ในพื้นที่ตำบลชุมโค ส่วนใหญ่จะปลูกพื้นที่ ในม. 6 บ้านบ่อเมา ปัจจุบันมีสมาชิกผู้ปลูกข้าวไร่ทั้งสิ้นจำนวน 27 ครัวเรือน พื้นที่ปลูกประมาณครัวเรือนละ 2-3 ไร่ พันธุ์ที่นิยมปลูกคือพันธุ์ดอกขาม สมาชิกเน้นปลูกข้าวเพื่อบริโภคในครัวเรือนเป็นหลัก เหลือจากบริโภคแล้วจึงจำหน่าย ประกอบกับข้อจำกัดเรื่องเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ปลูกมีน้อย และสมาชิกไม่มีพื้นที่มากพอที่จะขยายเพิ่ม แต่ปัจจุบันมีผู้นิยมรับประทานมากขึ้น เนื่องจากข้าวไร่มีรสชาดที่ดีกว่าข้าวทั่วไปและสมาชิกกลุ่มปลูกแบบอินทรีย์ไม่ใช้สารเคมี จึงทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการจำหน่าย
ด้วยการสนับสนุนจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพรเขตอุดมศักดิ์ จังหวัดชุมพร ที่ให้ความรู้ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกพันธุ์ วิธีการปลูก และงบประมาณบางส่วนในการไถ หว่าน และปุ๋ย แก่สมาชิกกลุ่ม ปัจจุบันสมาชิกข้าวไร่มีพื้นที่กลางในการปลูกข้าวร่วมกันซึ่งอยู่ในบริเวณสถาบันฯ จำนวน 30 ไร่ ทำให้ได้ผลผลิตที่มากขึ้น ส่งผลให้สมาชิกกลุ่มมีรายได้เพิ่มขึ้นปีละ 20,000 ถึง 30,000 บาท/ปี
การดำเนินงานในระยะต่อไป เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่อง สร้างอาชีพเสริมที่นอกเหนือจากมีอยู่เดิม กลุ่มข้าวไร่จึงได้วางแผนร่วมกันดังนี้ 1) ขยายสมาชิกและพื้นที่ปลูกข้าวไร่ในพื้นที่ 2)พัฒนาบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ข้าวไร่ของตำบลชุมโคให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง 3) ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องที่ให้มากขึ้น นอกเหนือจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วิทยาเขตชุมพร ที่สนับสนุนงบประมาณและพันธุ์ข้าว
“เราปลูกข้าวกินเอง เพราะเราอยากกินของดี เราเหลือจากกินแล้วจึงขาย คนอื่นได้กินข้าวที่เราปลูกก็จะได้ของดีมีคุณภาพแบบเดียวกับที่เรากิน ถือเป็นการสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง ตอนนี้บางบ้านจะมีรายได้มากกว่าทำสวนเสียอีก แต่สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักอยู่เสมอคือการรักษาคุณภาพมาตรฐานการปลูกข้าวของเรา คือไม่มีการใช้ยา ไม่มีสารเคมี ข้าวไร่ของตำบลชุมโคเป็นข้าวที่ปลอดภัย ทุกคนกินแล้วสบายใจ” นางอัมพรรณ กล่าว






