
พอช./สถาบันป๋วย–พอช.–เครือข่ายกองทุนสวด. ร่วมจัดงาน ‘มหกรรมกองทุนสวัสดิการชุมชน’ และจัดประกวดรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนดีเด่นทั่วประเทศ ด้านเครือข่ายกองทุนสวัสดิการฯ เสนอนโยบายต่อพรรคการเมือง 4 ข้อ คือ 1.ให้สนับสนุนการปรับแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2550 2.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของรัฐด้านสวัสดิการ 3.สนับสนุนและดำเนินงานสร้างความเข้มแข็งของกองทุน โดยรัฐบาลและ อปท.สมทบงบประมาณให้กองทุนสวัสดิการชุมชน และ 4. สนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นฐานระดับจังหวัด
ระหว่างวันที่ 9-10 มกราคมนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศ จัดงาน “มหกรรมกองทุนสวัสดิการชุมชน” ขึ้นที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กรุงเทพฯ โดยมีกิจกรรมต่างๆ เช่น เวทีเสวนา เชิญพรรคการเมืองมาพูดถึงนโยบายการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน รวมทั้งคัดเลือกกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่มีผลงานดีเด่นในด้านต่างๆ ซึ่งปีนี้จัดประกวดเป็นปีที่ 4 มีผู้เข้าร่วมงานจากผู้แทนกองทุนสวัสดิการทั่วประเทศประมาณ 300 คน

โดยในวันที่ 9 มกราคม มีการบรรยายเรื่อง “สังคมโลกกับการจัดสวัสดิการ” โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์, เวทีเสวนาเรื่อง “ 5 พื้นที่รูปธรรมการจัดสวัสดิการสังคม” โดยผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนในพื้นที่ต่างๆ เวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่….) พ.ศ……… ฯลฯ รวมทั้งการพิจารณารางวัลประกวดองค์กรสวัสดิการชุมชนประจำปี 2562 โดยมีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวดรวม 44 กองทุน

ผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ บรรยายเรื่อง “สังคมโลกกับการจัดสวัสดิการ” โดยยกตัวอย่างการจัดสวัสดิการในประเทศบังคลาเทศในรูปแบบของ ‘ธนาคารคนจน’ (Grameen Bank) โดย ดร.มูฮาเหม็ด ยูนูส ซึ่งก่อตั้งธนาคารคนจนในปี 2519 โดยมีคนจนประมาณ 8.3 ล้านคนร่วมถือหุ้น ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิงถือหุ้น 97 % และรัฐบาลถือหุ้น 5 % ในปี 2549 มีสาขาธนาคารมากกว่า 2,100 แห่งทั่วประเทศ และเกิดโครงการคล้ายกันที่นำต้นแบบไปจากธนาคารแห่งนี้กว่า 40 ประเทศทั่วโลก สิ้นปี 2551 ธนาคารปล่อยเงินให้คนจนกู้ 7,600 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้ยังมีบริการอื่นๆ เช่น ติดตั้งโทรศัพท์ชุมชน 55,000 เครื่อง เงินกู้ปลอดดอกเบี้ยเพื่อช่วยคนขอทานให้มีอาชีพ เงินกู้สร้างบ้านกว่า 560,000 หลัง จำนวน 190 ล้านเหรียญสหรัฐ ฯลฯ
‘ขบวนการสรรโวทัย’ ในประเทศศรีลังกา เป็นขบวนการภาคประชาชนที่ฟื้นฟูความสามารถในการกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง ก่อตั้งในปี 2501 มีเป้าหมายในการสร้างสันติภาพ ส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสม งานพัฒนาเด็กกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ฯลฯ ใช้แนวทางพัฒนาแบบองค์รวม มุ่งสร้างพลังชาวบ้านมากกว่าการพัฒนาเศรษฐกิจ ตัวอย่างผลงาน เช่น จัดตั้งศูนย์เด็กก่อนวัยเรียนมากกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ ส่งเสริมศูนย์สุขภาพชุมชน ห้องสมุด ขุดบ่อน้ำตื้น ห้องสุขา ส่งเสริมอุตสาหกรรมในครัวเรือน และจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านหลายพันแห่ง ฯลฯ
“อยากให้กองทุนสวัสดิการต่างๆ สกัดบทเรียนจากตัวอย่างเหล่านี้ เพื่อเอาไปประยุกต์ใช้ และเป็นแรงกระตุ้นการทำงาน เพราะถึงแม้ว่ากองทุนสวัสดิการชุมชนจะมีประสบการณ์ในการทำงานมากว่า 14 ปี และทำหลายเรื่อง หลายอย่าง แต่บางอย่างยังทำได้ไม่ลึก ไม่เด่น ซึ่งปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการฯ เกือบ 6,000 กองทุน แต่เรื่องคุณภาพก็ต้องพัฒนากันต่อไป” ผศ.ดร.จิตติกล่าว และว่า การประกวดรางวัลกองทุนสวัสดิการชุมชนในครั้งนี้ให้ถือว่าเป็นการค้นหาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ขณะเดียวกันกองทุนสวัสดิการฯ ที่ไม่ได้รับรางวัลก็อาจกลับไปพัฒนากองทุนให้ดีกว่าเดิมได้

นายคะนองศิลป์ ชิตรกุล ที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนเทศบาลตำบลบ้านส้อง ปัจจุบันมีสมาชิกประมาณ 3,000 คน เริ่มมาจากการจัดสวัสดิการให้อาสาสมัครต่อต้านยาเสพติดในตำบลที่มีอยู่ประมาณ 150 คน หลังจากนั้นจึงขยายฐานไปยังกลุ่ม อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุข) และชาวบ้านทั้งตำบล โดยเทศบาลให้การสนับสนุน นอกจากนี้บริษัทเอกชนต่างๆ ที่เข้ามาตั้งโรงงานในพื้นที่ยังร่วมสนับสนุนกองทุนฯ โดยการร่วมกิจกรรมต่างๆ และมอบงบประมาณสนับสนุน ซึ่งในปีที่ผ่านมาได้รับมอบเงินจากบริษัทเอกชนประมาณ 500,000 บาท สามารถนำมาช่วยเหลือสมาชิกเมื่อเกิดภัยพิบัติและต่อยอดไปทำเรื่องอื่นๆ ได้
“ส่วนปัจจัยที่ทำให้กองทุนสวัสดิการฯ ประสบความสำเร็จนั้น จะต้องมีองค์ประกอบ 3 ขา คือ 1.กรรมการจะต้องมีจิตอาสา ยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง 2.สมาชิกกองทุนมีส่วนร่วม กลุ่มองค์กรต่างๆ ในตำบลร่วมสนับสนุนและสมทบเข้ากองทุนสวัสดิการ และ 3.มีภาคีที่สำคัญ เช่น เทศบาลตำบลบ้านส้องและบริษัทเอกชนให้การสนับสนุน” ที่ปรึกษากองทุนฯ กล่าว
ดร.จรรยา กลัดล้อม ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท กล่าวว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางขุดเริ่มก่อตั้งในปี 2550 ช่วยเหลือสมาชิกตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ ตาย แต่คุณภาพชีวิตของชาวบ้านยังไม่ดีขึ้น หลังจากนั้นจึงนำไปสู่การวิเคราะห์ปัญหาในตำบล โดยจัดเวทีในทุกหมู่บ้านเพื่อค้นหาความสุขของคนทั้งตำบล แต่กลับพบว่าชาวบ้านแต่ละครัวเรือนมีหนี้สินไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท กองทุนสวัสดิการฯ จึงขยายมาทำงานเรื่อง ‘โรงเรียนแก้หนี้’ เพื่อหาทางปลดหนี้ให้ชาวบ้าน โดยจัดทำหลักสูตรให้ชาวบ้านมาเรียนรู้ 6 เดือน เช่น การจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อให้รู้รายรับ-รายจ่าย นำไปสู่การลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้ เช่น เลี้ยงไก่ไข่เพื่อเอาไว้กิน และปัจจุบันขยายไปเลี้ยงแพะเพื่อสร้างรายได้ ลดหนี้สิน
ส่วนเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแก้ไขพระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่….) พ.ศ……… มีผศ.ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา อนุกรรมการส่งเสริมองค์กรสวัสดิการชุมชน เป็นประธานรับฟัง มีคณะรับฟังประกอบด้วยที่ปรึกษากฎหมาย กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ และผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ โดยมีผู้แทนจากกองทุนสวัสดิการชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศร่วมเสนอความคิดเห็น เพื่อนำความคิดเห็นทั้งหมดไปปรับปรุงแก้ไขก่อนนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไข พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่…..) พ.ศ……..ต่อไป

ทั้งนี้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม (ฉบับที่ 2) ประกาศใช้มาตั้งแต่ปี 2550 แต่เนื่องจากเครือข่ายองค์กรสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศที่มีความพร้อมและมีความประสงค์จะยกฐานะเป็นนิติบุคคล ได้เสนอให้แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ในการขยายขอบเขตการดำเนินงาน เพื่อดำเนินการจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกและบุคคลในชุมชนอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ และเพื่อเสริมสร้างให้องค์กรสวัสดิการชุมชนมีการดำเนินการอย่างมีระบบภายใต้การมีส่วนร่วมของสมาชิก มีความโปร่งใสตรวจสอบได้ จึงจำเป็นต้องแก้ไข พ.ร.บ.นี้
สำหรับประเด็นการแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ที่สำคัญ เช่น 1.แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมในการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยื่นคำขอและการรับรองเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ องค์กรสวัสดิการชุมชน และองค์กรสวัสดิการชุมชนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคล (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 13) 2.กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งเสริมให้องค์กรสวัสดิการชุมชนหรือองค์กรภาคประชาชนที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดสวัสดิการสังคมที่มีความพร้อมและมีความประสงค์จะยกฐานะเป็นนิติบุคคลเพื่อขยายขอบเขตการดำเนินงาน อาจจดทะเบียนเป็นองค์กรนิติบุคคล ฯลฯ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 40/4 และเพิ่มมาตรา 40 /5 ถึงมาตรา 40/27) และเพิ่มบทกำหนดโทษ(มาตรา 40/28 ถึงมาตรา 40/27)

ส่วนข้อเสนอของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศต่อพรรคการเมืองนั้น ข้อมูลของเครือข่ายฯ ระบุว่า ปัจจุบันมีกองทุนสวัสดิการชุมชนทั่วประเทศรวม 5,989 กองทุน สมาชิกรวม 5,450,043 คน มีเงินกองทุนรวม 14,771 ล้านบาทเศษ ได้จัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกไม่ต่ำกว่า 15 ประเภท และพัฒนาทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ เป็นพลังชุมชนที่มีสำนึกประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงมีข้อเสนอให้พรรคการเมืองมีนโยบายสนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนเป็นระบบสวัสดิการประเภทหนึ่งของประเทศไทย ดังนี้
1.สนับสนุนการปรับแก้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2550 2.เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งบประมาณของรัฐด้านสวัสดิการ โดยสนับสนุนให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นกลไกกลางในการจัดสวัสดิการสังคมในพื้นที่ชุมชนท้องถิ่นในทุกมิติ 3.สนับสนุนและดำเนินงานสร้างความเข้มแข็งของกองทุน หุ้นส่วนการพัฒนา 4 ฝ่าย คือประชาชน รัฐบาล อปท. และเอกชน โดยรัฐบาลและ อปท.สมทบงบประมาณให้กองทุนสวัสดิการชุมชน และ 4.สนับสนุนให้ระบบสวัสดิการชุมชนพัฒนาเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นฐานระดับจังหวัด

ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เข้าประกวดรางวัลนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

ผู้แทนกองทุนสวัสดิการชุมชนที่เข้าประกวดรางวัลนำเสนอผลงานต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา






