สุดแดนสยามบูรพา แนวกั้นเขตชายแดนกัมพูชา
ทับพริก เป็นตำบลในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่รวมทั้งหมด 43,100 ไร่ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 หมู่บ้าน 1,088 หลังคาเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 3,795 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบล เป็นพื้นที่ทำการเกษตร เป็นแนวกั้นชายแดนกับประเทศกัมพูชา ประชากรส่วนใหญ่ร้อยละ 69 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก รองลงมาอาชีพรับจ้าง ค้าขาย,พนักงานบริษัท ฯลฯ ประชาชนมีรายได้เฉลี่ย 69,240 บาท บาท/คน/ปี ซึ่งจากการศึกษาประวัติศาสตร์จากการบอกเล่าของชุมชน “ผู้เฒ่าเล่าขาน ลูกหลานบันทึก” ชื่อตำบลทับพริกนั้น มีตำนานเล่าขานกันต่อๆ มาว่า ปี พ.ศ.2503 ช่วงนั้นมีบริษัทไม้เข้ามาสัมปทานตัดไม้ กลุ่มลูกจ้างชาวส่วยได้มาสร้าง “ทับ” ซึ่งหมายถึงเพิงพักอาศัย และปลูกต้นพริกไว้ที่พัก จึงเป็นที่มาของคำว่า “ทับพริก” เดิมที่อยู่ภายใต้ตำบลคลองน้ำใส ต่อมามีการยกฐานะขึ้นเป็นตำบลทับพริก เนื่องจากตำบลเป็นแนวกั้นเขตชายแดนระหว่างประเทศกัมพูชา ทำให้ในอดีตที่ผ่านได้รับผลกระทบจากปัญหาชายแดนไทย การสู้รบ ปัญหาการรุกล้ำแรงงานข้ามชาติอยู่บ่อยครั้ง คำขวัญตำบลทับพริก “สุดแดนสยามบูรพา หลวงปู่พิลาศักดิ์สิทธิ์ แหล่งผลิตเกษตรอินทรีย์ เขียวขจีเขาก้านเหลือ”
กองทุนโดยชุมชน เพื่อสวัสดิการชุมชนคนทับพริก

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทับพริกนั้น ถือได้ว่าก่อกำเนิดจากการคิดหาหนทางเพื่อจัดการสุขภาพและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เนื่องจากเมื่อ อสม.ได้เข้าสำรวจชุมชนเพื่อจัดเก็บข้อมูลสุขภาพ รวมถึงการเข้าร่วมจัดทำประชาคม พบว่านอกเหนือจากปัญหาสาธารณสุขในชุมชนและความเจ็บป่วยแล้ว ประชาชนบางส่วนยังต้องประสบกับปัญหาปัญหาหลายอย่างตามมาเช่น ปัญหาการขาดความเหลียวแลในยามเจ็บป่วย เนื่องจากทุกคนต้องออกไปทำงานหารายได้มาจุนเจือครอบครัว ปัญหาการขาดรายได้ในยามเจ็บป่วย เป็นต้น ซึ่งถึงแม้ว่าในพื้นที่ตำบลทับพริกจะมีเงินทุนก้อนใหญ่จากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลอยู่แล้วแต่ก็ประสบปัญหาในการนำงบประมาณมาช่วยเหลือประชาชนเนื่องจากขัดระเบียบการใช้เงินซึ่งถูกกำหนดมาจากส่วนกลางที่ให้ใช้เงินเพื่อการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคเท่านั้น ทำให้ปัญหาที่ได้ยกตัวอย่างข้างต้นนั้น ไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาได้
วันที่ 15 มีนาคม 2551 ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ตำบลทับพริก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ได้รวมตัวกันจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนขึ้น เพื่อจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก ซึ่งส่วนใหญ่เป็น อสม.และครอบครัว ซึ่งในระยะเริ่มแรก มีสมาชิกเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 124 คน เมื่อกิจกรรมกองทุนเป็นที่รับรู้โดยทั่วไปในพื้นที่ตำบลทับพริก ได้มีประชาชนที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2561 สมาชิกครอบคลุมทั้งตำบล 7 หมู่บ้าน สมาชิกจำนวน 654 คน เงินกองทุนสวัสดิการชุมชนจำนวน 165,840 บาท
แนวคิดสำคัญการขับเคลื่อนสวัสดิการชุมชนตำบลทับพริก
ยึดถือแนวคิดสวัสดิการสามขา คือ การสร้างหุ้นส่วนการพัฒนา เพื่อความเข้มแข็ง และยั่งยืน โดยมีความร่วมมือในการจ่ายเงินสวัสดิการ จาก 3 ฝ่าย คือ ประชาชนจ่าย 1 บาท รัฐบาลสมทบ 1 บาท ดำเนินนโยบายผ่านโครงการสนับสนุนการจัดสวัสดิการชุมชน ด้วยกลไกของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานสนับสนุน ท้องถิ่นสมทบ 1 บาท (ตามฐานะการคลัง) หรือให้การสนับสนุนด้านอื่น ๆ ตามความสามารถ
วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทับพริก คือ
1.เพื่อสร้างความสามัคคีเป็นปึกแผ่นของสมาชิกในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2. เพื่อระดมเงินทุนสมทบของสมาชิกในชุมชนไว้ช่วยเหลือกันเอง
3. เพื่อจัดสวัสดิการช่วยเหลือให้แก่สมาชิก
4. เพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาสุขภาวะให้แก่สมาชิก
5. เพื่อปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคมของสมาชิก
ยุทธศาสตร์ 3 สายใยรัก : สร้างเสริมสุขภาวะที่ดีคนทับพริก

กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทับพริก มีการบูรณาการแผนงานโครงการต่างๆ ที่ดำเนินการงานในตำบลร่วมกับภาคีเครือข่าย คือ องค์การบริหารส่วนตำบลทับพริก กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบล และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของคนในชุมชน ผ่านยุทธศาสตร์ 3 สายใยรัก ดังนี้
1.สายใยรัก จาก อสม. มุ่งเน้นภารกิจในการจัดสวัสดิการชุมชน การติดตามสร้างเสริมสุขภาพผ่านกลไกผู้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) เป็นรูปแบบหนึ่งของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการดูแลสุขภาพของตนเอง ครอบครัว และชุมชน โดยผ่านกระบวนการอบรมให้ความรู้จากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และการปฏิบัติงานด้วยความเสียสละต่อประชาชนในหมู่บ้าน
2.สายใยรัก จาก อบต. มุ่งเน้นภารกิจสำคัญในการพัฒนาตำบลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่นและวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น การสนับสนุนการบริหารจัดการการดำเนินงาน และการสนับสนุนงบประมาณในการจัดสวัสดิการชุมชนช่วยเหลือชุมชน
3.สายใยรัก จาก ผู้นำชุมชน มุ่งเน้นภารกิจการส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การรวมกลุ่มองค์กรต่างๆ ในการร่วมกันนำชุมชนสู่การพัฒนา
ตัวอย่างการจัดสวัสดิการเพื่อสร้างเสริมสุขภาวะตำบล
นอกจากการจัดสวัสดิการโดยพื้นฐาน กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลทับพริกได้ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสรุปบทเรียน เพื่อคิดค้นสวัสดิการรูปแบบอื่นๆ ที่มากกว่าเกิด แก่ เจ็บ ตายแล้ว โดยมุ่งเน้นให้เกิดการสร้างเสริมสุขภาวะที่ดีของตำบลผ่านรูปแบบสวัสดิการใหม่ๆ และการกิจกรรมต่างๆ ที่สำคัญดังนี้
- 1. สวัสดิการเพื่อดูแลสุขภาพแม่และเด็ก สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์จะได้รับชุดแรกคลอดเมื่อฝากครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ จะได้รับมุ้งครอบเมื่อลูกคลอดออกมา ทั้งนี้ หากผู้เป็นแม่สัญญาว่าจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน กองทุนจะมอบสวัสดิการเพิ่มอีก 500 บาท จากการจัดสวัสดิการดังกล่าว ช่วยให้ให้อัตราการฝากครรภ์ตามกำหนดของตำบลทับพริกได้เต็มประสิทธิภาพ เกิดผลดีต่อสุขภาพอนามัยทั้งต่อแม่เด็กและลูก
- 2. สวัสดิการเด็กและเยาวชน โดยช่วยแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชน ได้มีการบูรณาการร่วมกับสภาเด็กและเยาวชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผ่านกิจกรรมสื่อสร้างสรรค์ โดยการใช้วัสดุเหลือใช้ในชุมชน มาสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะเพื่อเป็นสื่อรณรงค์ในชุมชน โดยกองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นผู้สนับสนุนรางวัล นอกจากนี้ยังเข้าไปมีบทบาทในการสนับสนุนกิจกรรมของสภาเด็กและเยาวชน แก้ปัญหาการจมน้ำตายในพื้นที่ กิจกรรมการลอยตัวในน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนกิจกรรมเยาวชนต้นแบบ โดยการคัดเลือกเยาวชนในพื้นที่ไปเรียนต่อพยาบาลชุมชน โดยการสนับสนุนทุนปีละ 30,000 บาท และประสานงานกับภาคีเครือข่าย ในการช่วยเหลือทุนการศึกษากับโครงการพยาบาลชุมชนด้วย
- 3. สวัสดิการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากวาตภัย เหตุการณ์สำคัญในช่วงปี 2554 ได้เกิดเหตุการณ์วาตภัยในตำบลจากภัยธรรมชาติอย่างรุนแรง มีผู้ได้รับผลกระทบ 60 หลังคาเรือน กองทุนสวัสดิการชุมชนได้เข้าไปช่วยเครื่องมือ อุปกรณ์ อาหารเครื่องดื่มต่างๆ แก่ผู้เดือดร้อน ได้เบ็ดเสร็จเร่งด่วนภายใน 1 วัน ทันท่วงทีก่อนความช่วยเหลือจากทางราชการจะตามมาภายหลัง
4.รถบริการรับส่งผู้ป่วยฟรีในตำบล เนื่องจากตำบลทับพริกอยู่ห่างไกลจากโรงพยาบาลจังหวัดสระแก้ว ประกอบกับชาวบ้านส่วนใหญ่มีฐานะยากจน กองทุนสวัสดิการชุมชนได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลทับพริก จัดรถรับส่งผู้ป่วยในตำบลที่จะไปรักษาโรคเจ็บป่วยในโรงพยาบาลจังหวัดหรืออำเภอ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ป่วย ตลอดจนเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของรัฐได้
5. การส่งเสริมและฝึกอาชีพสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยมีการใช้ทุนของกองทุนสวัสดิการชุมชนเช่าพื้นที่ทำกินในหมู่บ้านให้สมาชิกกองทุนได้ผ่อนส่ง เพื่อใช้พื้นที่ดังกล่าวทำอาชีพเสริมโดยการปลูกพืชผักอินทรีย์ ช่วยสร้างแหล่งอาหารปลอดภัยให้ชุมชนคนทับพริกและใกล้เคียง ปัจจุบันมีสมาชิก จำนวน 30 ราย เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว ครัวเรือนละ 2 ไร่
6.กิจกรรมทับพริก 4 ทุ่มคนดีอยู่บ้าน กองทุนสวัสดิการชุมชนมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมการดูแลสุขภาวะชุมชน ในการจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ประชาชนอยู่บ้านหลัง 4 ทุ่มไปแล้ว เพื่อให้ง่ายต่อการดูแลรักษาความปลอดภัยชุมชน ยาเสพติด โดยคณะทำงานออกเวรยาม ตรวจตรา จุดตรวจในชุมชนทุกวัน กองทุนสนับสนุนช่วยเหลืออาหารเครื่องดื่ม อุปกรณ์ต่างๆ ให้กับคณะทำงาน





บทความโดย พอช.ภาคกรุงเทพฯ ปริมณฑล และตะวันออก






