สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ พอช.จับมือสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดประชุมเพื่อพัฒนาโครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ชุมชนที่สนใจเสนอขอรับการสนับสนุนโครงการเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ เพื่อการผลิตสินค้าเกษตร แปรรูป ท่องเที่ยว ฯลฯ วงเงิน 50,000-500,000 บาท

วันนี้ (12 ธันวาคม) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) จัดประชุมพัฒนาโครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชน ที่ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม โดยมีผู้แทนชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เช่น กลุ่มเกษตรอินทรีย์เขาไม้แก้ว จ.ปราจีนบุรี กลุ่มเกษตรกร ต.ชากโดน อ.แกลง จ.ระยอง สมาคมรักษ์ทะเลไทย มูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ โครงการแม่แจ่มโมเดล ฯลฯ เข้าร่วมประชุมประมาณ 60 คน ซึ่งการประชุมครั้งนี้มีสาระสำคัญคือ การชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอน การขอรับการสนับสนุนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนจาก depa และการทดลองนำเสนอโครงการจากชุมชน

ผู้แทนจากสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ชี้แจงว่า โครงการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อชุมชนนี้ จะเปิดโอกาสให้ชุมชนในพื้นที่ที่อยู่นอกเขตเมืองหลวงและเขตอำเภอเมือง และมีสมาชิกตั้งแต่ 20 ครัวเรือนขึ้นไป รวมตัวกันเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนจาก depa ได้ ทั้งนี้ชุมชนที่จะเสนอโครงการได้จะต้องมีการรวมตัวกันในลักษณะกลุ่มวิสาหกิจ สหกรณ์ สภาองค์กรชุมชน หรือองค์กรที่มีกฎหมายรองรับ โดยโครงการที่จะเสนอเข้ามาจะต้องเป็นกิจการของชุมชนเกี่ยวกับผลิตสินค้า การให้บริการ เช่น การทำการเกษตร การแปรรูป การท่องเที่ยวชุมชน ฯลฯ

ตัวอย่างการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจจิตัลมาประยุต์ใช้ในระบบการเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farm) การทำการเกษตรแบบปิด มีโรงเรือน ใช้เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอุณหภูมิ สภาพภูมิอากาศ ความชื้นในอากาศ ความเร็วและแรงลม ปริมาณน้ำฝน ตรวจวัดอุณหภูมิและความชื้นในดิน ตรวจวัดความเจริญของต้นพืช ใช้กล้อง CCTV รายงานกิจกรรมและการเติบโตภายในไร่หรือฟาร์ม การใช้อากาศยานไร้คนขับหรือโดรนเพื่อฉีดพ่นปุ๋ยและสารต่างๆ ให้แก่พืช
การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจจิตัลในการวางแผนทรัพยากรของชุมชน ระบบการจัดการชุมชน การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การจัดการลูกค้า บัญชี การเงิน สต็อกสินค้า ฯลฯ ระบบการขายสินค้าหน้าร้าน การขายสินค้าออนไลน์ การส่งสินค้า การจัดการพนักงาน การจัดการสมาชิก ฯลฯ ระบบการท่องเที่ยวชุมชน เช่น การจัดโปรแกรม สำรองที่พัก อาหาร ดิจิตัลมาร์เก็ตติ้ง ฯลฯ

ส่วนการเสนอขอรับการสนับสนุนจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 1.การสนับสนุนการจัดทำแผนงาน (Conceptual Plan) โดยชุมชนจะต้องเสนอโครงการเบื้องต้น วัตถุประสงค์ แผนงาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจจิตัลมาส่งเสริมกิจกรรมของชุมชน หากผ่านการพิจารณา depa จะสนับสนุนงบประมาณโครงการละไม่เกิน 50,000 บาท เพื่อให้ชุมชนนำงบประมาณที่ได้รับไปจัดทำแผนงานอย่างละเอียด โดยอาจจ้างนักวิชาการหรือผู้ที่มีความรู้ มีประสบการณ์ในการใช้เทคเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจจิตัลมาเป็นที่ปรึกษาเพื่อจัดทำแผนงานได้
2.การประยุตก์ใช้เทคโนโลยีและดิจิตัล โดยชุมชนที่เสนอโครงการตามข้อ 1 เมื่อจัดทำแผนงานเสร็จแล้ว สามารถเสนอขอรับการสนับสนุนได้ หรือชุมชนที่ไม่ได้เสนอโครงการตามข้อ 1 แต่หากมีแผนงาน มีโครงการที่จะนำเสนอได้ละเอียดและสมบูรณ์ก็สามารถเสนอขอรับการสนับสนุนโครงการได้ ไม่เกินโครงการละ 500,000 บาท ระยะเวลาดำเนินการภายใน 3 ปี ทั้งนี้คณะกรรมการพิจารณาจะพิจารณาโครงการจากเกณฑ์ต่างๆ เช่น 1.วัตถุประสงค์และความคุ้มค่าของโครงการ 2.ความเหมาะสมของเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเป้าหมายที่นำมาประยุกต์ใช้กับชุมชน 3.ความพร้อมของชุมชน วิสาหกิจชุมชน ฯลฯ
ทั้งนี้ผู้แทนชุมชนที่เข้าร่วมประชุมได้ทดลองนำเสนอโครงการต่างๆ เช่น สมาคมรักษ์ทะเลไทยที่ส่งเสริมกลุ่มประมงพื้นบ้าน โดยการจัดจำหน่ายอาหารทะเลจากร้านคนรักปลาและเครือข่ายในภาคใต้-ตะวันตก-ตะวันออก เสนอโครงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิตัลเพื่อส่งเสริมด้านการผลิตและการตลาดของร้านคนรักปลาและเครือข่าย
กลุ่มเกษตรผู้ปลูกทุเรียน ต.ชากโดน อ.แกลง จ.ระยอง เสนอโครงการใช้โดรนหรือกาศยานไร้คนขับ เพื่อฉีดพ่นปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน เนื่องจากแรงงานในภาคเกษตรปัจจุบันหายากและมีต้นทุนสูง หากใช้โดรนสามารถฉีดพ่นหรือทำงานในสวนทุเรียนขนาดพื้นที่ 10 ไร่ได้ภายใน 30 นาที ฯลฯ
ทั้งนี้ชุมชน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจต่างๆ ที่สนใจขอรับการสนับการใช้เทคโนโลยีและดิจิตัลในกิจกรรมด้านเศรษฐกิจชุมชน สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ http://www.depa.or.th






