
ในพื้นที่ ประมาณ 95,931ไร่ ของตำบลหนองโรง อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทำการเกษตร จากน้ำธรรมชาติ เนื่องจากไม่มีระบบชลประทาน มีประวัติความเป็นมาเดิมทีอยู่ในเขตการปกครองของตำบลพนมทวน อำเภอพนมทวน ต่อมาปี 2490 ได้มีการแบ่งเขตตำบลเพิ่มเติม เป็นตำบลหนองโรง มีหมู่บ้านเพียง 3 หมู่บ้าน หมู่ที่ 1 บ้านห้วยสะพาน หมู่ที่ 2 บ้านหนองโรง หมู่ที่ 3 บ้านหลุมหิน และสาเหตุที่ชื่อว่าตำบลหนองโรง ก็เพราะว่ามีการแต่งตั้งกำนันชื่อนายนาด วิเศษสิงห์ ซึ่งเป็นคนบ้านหนองโรง หมู่ที่ 2 เป็นหมู่บ้านที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสามหมู่บ้าน เมื่อแยกตำบลจึงตั้งชื่อว่า “ตำบลหนองโรง” ตามชื่อหมู่บ้านที่กำนันอาศัยอยู่ นอกจากนี้ตำบลหนองโรงยังเป็นตำบลในประวัติศาสตร์อีกตำบลหนึ่ง มีผู้เฒ่าผู้แก่เล่าต่อกันว่า เป็นตำบลที่เป็นทางผ่านการเดินทัพของสมัยอยุธยาแต่ไม่ทราบว่าแน่ชัดว่าเป็นทหารไทยหรือทหารพม่า และมีการตั้งพักค่ายของพวกเสรีไทยสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 ปัจจุบันยังมีอนุสรณ์ทิ้งเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาเป็นจำนวนมาก เช่น โบสถ์ เจดีย์ ฯลฯ ในปัจจุบันได้แบ่งเขตการปกครอง เป็น 17 หมู่บ้าน
ตำบลหนองโรง เป็นตำบลหนึ่งในอำเภอพนมทวน จังหวัด กาญจนบุรี อยู่ห่างจากตัวอำเภอพนมทวน ประมาณ 5 กิโลเมตร ทิศเหนือติดต่อกับตำบลห้วยกระเจา อำเภอ ห้วยกระเจา จังหวัดกาญจนบุรี ทิศใต้ติดต่อกับ ตำบลทุ่งสมอ อำเภอพนมทวน ตำบลหนองขาว อำเภอท่าม่วงและ ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง ทิศตะวันออกติดต่อกับตำบลดอนตาเพชร อำเภอพนมทวน ทิศตะวันตกติดต่อกับ ตำบลแก่งเสี้ยน อำเภอเมือง และ ตำบลหนองกุ่ม อำเภอบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี
แต่เนื่องจากตำบลหนองโรงไม่มีระบบคลองชลประทาน การทำเกษตรกรรมจึงต้องอาศัยน้ำธรรมชาติ ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ ผลผลิตการเกษตรเสียหายเป็นประจำทุกปี จากการที่ต้องประกอบอาชีพ เร่งสร้างรายได้ให้ครอบครัว เพื่อปากเพื่อท้อง สังคมเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม งานส่วนรวมถูกละทิ้งให้เป็นหน้าที่ของผู้นำชุมชนและนั้นเองเป็นที่มาของ การจัดตั้งสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโรง โดยจัดตั้งในวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2551 ชาวบ้านใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการโยงพี่โยงน้องกลุ่มองค์กร แกนนำในตำบลช่วยกันขับเคลื่อนงานส่วนรวม งานพัฒนาต่าง ๆ ในตำบล โดยร่วมกันกำหนดเป้าหมายของการพัฒนาของคนในตำบล คือ “ ตำบลน่าอยู่ เชิดชูคุณธรรม นำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ มีศูนย์กระจายสินค้า พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยืน” และนี่คือเป้าหมายที่คนหนองโรง ตั้งเป้าร่วมกันว่าจะพัฒนาตำบลไปให้ถึง
สภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโรงใช้แผนพัฒนาตำบลเป็นเครื่องมือโยงชุมชน
ตำบลหนองโรง โดยสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโรง ได้มีแนวคิดในการพัฒนาตำบลให้เกิดความเข้มแข็ง มีการพัฒนาศักยภาพแกนนำในด้านต่าง ๆ ทั้งการพัฒนาด้านระบบข้อมูล ด้านการบริหารจัดการ แต่สิ่งที่ทำให้แกนนำเห็นความสำคัญและตกผลึกร่วมกันว่านอกเหนือจากการพัฒนาคนแล้วตัวตำบลยังต้องมีแผนพัฒนาตำบล จึงจะนำตำบลไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่ร่วมกันกำหนดไว้ และได้ร่วมกันกำหนดกระบวนการในการจัดทำแผนพัฒนาเพื่อนำไปสู่เป้าหมายข้างต้น โดยมีกระบวนการดังนี้
1. แกนนำสภาองค์กรชุมชนได้ร่วมกันประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนงานในตำบล ออกแบบและกำหนดวิธีการจัดทำแผนพัฒนาตำบล จัดทีมทำงานและแบ่งบทบาทหน้าที่ พร้อมทำแผนปฏิบัติการ โดยมีแกนนำกลุ่มองค์กร แกนนำสภาองค์กรชุมชนท้องถิ่น ท้องที่ ภาคีภาครัฐ เช่น อบต. ,รพ.สต. , อสม ,กลุ่มอาชีพต่างๆ เป็นต้น
2. รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลของตำบล และนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น ข้อมูลบริบทตำบล ข้อมูลประชากร ข้อมูลกลุ่มองค์กรต่าง ๆ รวมถึงการรวบรวมข้อมูลแผนพัฒนาต่าง ๆ ที่มีการจัดทำอยู่ก่อนแล้ว
3. วิเคราะห์ศักยภาพของตำบล เปิดวงพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน โดยองค์ประกอบของการพูดคุยมีผู้นำ และมีหน่วยงานเพิ่มขึ้น เช่น กศน. อบต. สถานศึกษา ซึ่งจากการพูดคุยทำให้ค้นพบข้อมูลศักยภาพตำบลที่สำคัญ ดังนี้
จุดแข็งที่สำคัญ คือ มีการจัดโครงสร้างคณะทำงานที่เหมาะสมสอดคล้องกับภารกิจ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการดำเนินงาน การบริหารจัดการมีการแบ่งงาน/มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบ มีการจัดเก็บข้อมูลและนำมาใช้ในการดำเนินการ คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโรงให้ความร่วมมือในการดำเนินงาน คณะทำงานฝ่ายบริหารสภาฯได้รับเลือกให้ทำงานอย่างต่อเนื่อง การบริหารงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีประสิทธิผล ศักยภาพชุมชนมีกลุ่มต่างๆในหมู่บ้าน มีทรัพยากรธรรมชาติที่เอื้อต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี และยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นที่ยั่งยืนและเข้มแข็ง เช่น รำเหย่ย ร่อยพรรษา ทำขวัญข้าว
จุดอ่อนที่ค้นพบ คือ พื้นที่ส่วนใหญ่แห้งแล้งทำการเกษตรไม่ได้ผล เป็นพื้นที่สูงไม่มีระบบน้ำชลประทาน ประชากรบางส่วนยังขาดการมีส่วนร่วม ขาดความรู้ความเข้าใจในการเขียนโครงการ
เพื่อเสนอของบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง งบประมาณในการลงทุนน้อยไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานของกลุ่มอาชีพ การรวมกลุ่มอาชีพในบางกลุ่มยังเป็นแบบไม่ยั่งยืน ขาดงบประมาณในการสนับสนุนให้ประชาชนได้รับความรู้ในการจัดการขยะชุมชน เยาวชนมีความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมน้อย และยังมีอุปสรรคสำคัญ เรื่อง ระยะเวลาการดำเนินงานโครงการของรัฐมีน้อย ทำให้ชุมชนเองต้องเร่งรีบในการดำเนินโครงการ รวมถึงแหล่งเงินทุนที่จะนำมาพัฒนาหมู่บ้าน ตำบลก็มีน้อยด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี ตำบลยังมีโอกาสดี ๆ ที่มีหลายหน่วยงานในส่วนของภาคีภาครัฐ ภาคเอกชนให้การสนับสนุน หนุนเสริมการทำงานทั้งงบประมาณและเชิงแนวคิด และจากการวิเคราะห์ตำบลร่วมกัน คนหนองโรง เห็นสิ่งดี สิ่งด้อย เป็นที่มาของการกำหนดวิสัยทัศน์ เพื่อเป็นธงหลักของตำบล “ตำบลน่าอยู่ เชิดชูคุณธรรม นำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ มีศูนย์กระจายสินค้า พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี อย่างยั่งยืน” เพื่อเป็นสิ่งที่จะนำพาตำบลให้พัฒนาไปให้ถึง
4.การจัดทำแผนพัฒนาตำบล ขั้นตอนนี้ มีการจัดเตรียมกับคณะทำงาน มีการออกแบบเวทีการจัดทำแผนโดยมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นรูปแบบของเวที มีรายละเอียดที่สำคัญประกอบด้วย
4.1 แต่ละหมู่บ้านต้องจัดทำข้อมูลเบื้องต้น เช่น ศึกษารวบรวมแผนพัฒนาหมู่บ้านที่มีการจัดทำไว้ก่อนแล้ว , ประชุมชาวบ้านเพื่อได้ข้อมูลปัญหา และความต้องการของประชาชน
4.2 จัดเวทีเพื่อจัดทำแผน โดยในเวทีนี้ มีแนวทางสำคัญ คือ ตอกย้ำความเข้าใจ ความสำคัญของแผนในการพัฒนาหมู่บ้าน ตำบล , สร้างการมีส่วนร่วมทั้งชุมชน และภาครัฐ ,แบ่งกลุ่มเพื่อจัดทำแผนรายหมู่บ้าน ,ประชาคมแผน และเติมเต็มแผนโดยหน่วยงานภาคี
รายละเอียดแผนพัฒนาตำบลหนองโรง
แผนงานด้านเศรษฐกิจ ประกอบด้วย แผนการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดและสานต่อความคิด การพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ สามารถสร้างเป็น อาชีพเสริม และเพิ่มรายได้ โดยเน้นการใช้ทรัพยากรในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบ และแผนการต่อยอดร้านค้าชุมชน โดยกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ
แผนงานด้านสังคม ประกอบด้วย โรงเรียนผู้สูงอายุตำบลหนองโรง เพื่อสร้างจิตสำนึกและการเรียนรู้ในการฟื้นฟูอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม เป็นการรวมทุนทางสังคมของตำบลและนำใช้ในการอยู่ร่วมกันของคนในตำบลทุกวัยผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นตัวประสาน ให้คนในตำบลมีความรัก ความสามัคคี ลดความ ขัดแย้งและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและมีเอกลักษณ์ของตนเอง
แผนด้านการศึกษา ประกอบด้วย การจัดทำหลักสูตรท้องถิ่นส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนโดยการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การอยู่อย่างพอเพียง และการสร้างสำนึกรักบ้านเกิด และการเรียนรู้จากห้องเรียนแบบธรรมชาติ รวมถึงมีการหนุนเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้การเป็น จิตอาสาในการพัฒนาตำบล เพื่อให้เด็กเกิด ความรักและภาคภูมิใจในถิ่นกำเนิด มีการทำงานเพื่อส่วนรวมและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นต่อไป และแผนงานการจัดมอบทุนการศึกษา แก่สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองโรง
แผนงานด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วยแผนงานหลัก คือ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี, โครงการปลูกต้นไม้ในวันสำคัญ , กิจกรรมทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่า, จัดทำแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลหนองโรง
แผนงานด้านโครงสร้างพื้นฐาน ประกอบด้วย การพัฒนาด้านการคมนาคมสะดวก ปลอดภัย
แผนงานด้านสุขภาพ ประกอบด้วย แผนงานการกำจัดยุงลายและ การสร้างกิจกรรมให้ผู้สูงอายุ เช่น การออกกำลังกาย , สร้างอาชีพเสริม
5. การจัดเวทีเพื่อเสนอแผนต่อหน่วยงานภาคี หรือเวทีบูรณาการแผนพัฒนาตำบล
เวทีนี้จัดขึ้นโดยมีองค์ประกอบผู้เข้าร่วมประกอบด้วย แกนนำชุมชน แกนนำกลุ่มองค์กร และหน่วยงานภาคี ประกอบด้วย นายก อบต. ปลัด อบต. รองนายก อบต. กศน. สถานศึกษา และ ผู้นำหมู่บ้าน ผู้นำองค์กรต่างๆ มีการนำเสนอแผนพัฒนาในทุกด้านของตำบลและส่งมอบแผนให้กับหน่วยงานภาคี

ภาพ : เวทีบูรณาการแผนพัฒนาตำบลร่วมกับหน่วยงานภาคี ต.หนองโรง
กิจกรรมของเราชาวหนองโรงกับการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนตำบล
หลังจากที่ตำบลได้ร่วมกันจัดทำแผนพัฒนาตำบล จึงได้เริ่มขับเคลื่อนงานตามแผนปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่วิสัยทัศน์ชุมชน “ตำบลน่าอยู่ เชิดชูคุณธรรม นำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ ส่งเสริมการเกษตรอินทรีย์ มีศูนย์กระจายสินค้า พัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ” และจากการขับเคลื่อนงานนี้เองเราพบว่า เราพึงพอใจกับการทำงาน มีความภาคภูมิใจ กับการใช้สภาองค์กรชุมชน ให้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงประชาชน หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี ทำให้เรารู้สภาพปัญหาในภาพรวมของตำบล ซึ่งอดีตเรามองแต่ในหมู่บ้านของเรา พอช.หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยสำนักงานภาคกลางและตะวันตกได้มาหนุนเสริมทำให้คนในตำบลเข้าใจกระบวนการจัดทำแผนวิธีการ เทคนิคต่าง ๆ ทำให้ตำบลได้แผนในภาพรวมตำบล โดยเฉพาะในในเรื่องของการแก้ไขปัญหา การทำเพื่อปาก เพื่อท้องของคนในตำบลถือเป็นเรื่องสำคัญ เป็นที่มาของการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเรามีต้นทุนดี ๆ มากมาย เช่น กลุ่มอาชีพ แม่บ้าน ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์ เชื่อมโยงกับ ทางพัฒนาชุมชนอำเภอพนมทวน กศน.พนมทวน หรือหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ทาง พช. อบต.

ครูสมพร ปานโต คณะทำงานสภาองค์กรชุมชน เล่าให้เราฟังถึงเนื้องานสำคัญของตำบล ดังนี้ “ ตำบลหนองโรงมีทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ที่มีชื่อเสียงได้แก่ป่าชุมชนบ้านห้วยสะพานสามัคคี หมู่ 2 บ้านห้วยสะพานที่ดูแลรักษาร่วมกันสี่หมู่บ้าน คือหมู่ 1 หมู่ 2 หมู่ 9 และหมู่ 11 มีพื้นที่ป่า จำนวน 2,094 ไร่ 2 งาน 29 ตารางวา มีคณะกรรมการ จำนวน 40 คน มีนายสวง ชำนาญกำหนด เป็นแกนนำหลัก งานที่ผ่านมาของเราคือ เรามีกิจกรรมดำเนินการเกี่ยวกับป่าชุมชน เช่น การปลูกต้นไม้เสริมในเขตพื้นที่ป่า มีการทำแนวกันไฟป่าป้องกันไฟไหม้และลุกลาม มีการออกตรวจลาดตระเวนป่า มีการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช กำจัดพืชรุกรานต่างถิ่นได้แก่ต้นผกากรอง ทั้งนี้ป่าชุมชนมีประโยชน์กับชุมชนมากมาย เราอาศัยป่าเราก็ดูแลป่า เราดูแลซึ่งกันและกัน คนเมืองมีซุปเปอร์มาเก็ตสำหรับซื้ออาหาร แต่คนหนองโรงป่าชุมชนเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตให้กับชุมชน อยากกินอะไร ก็หาได้ในป่าชุมชนของเรา ป่าชุมชนเป็นโรงพยาบาลให้เรา มีพันธ์พืชมากมายที่เป็นตัวตาสำคัญในการรักษาโรค เป็นโรงเรียนให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กได้เรียนรู้ เป็นสนามให้เด็กเล่น เป็นที่เลี้ยงสัตว์ของชุมชน และที่สำคัญป่าชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ดูงานให้กับคนทั้งในและนอกตำบลได้เรียนรู้วิถีต่าง ๆ หลายด้าน หลายขนาน หลากหลายองค์ความรู้ในป่าชุมชนของเรา”



ภาพกิจกรรม : ป่าชุมชน
ในปี 2559 ชุมชนประสบปัญหาด้านอาชีพมีการหนุนเสริมกลุ่มต่าง ๆ ในการผลิตสินค้าจากภาครัฐแต่ไม่มีตลาดในการจำหน่าย ประกอบกับ มีสินค้าด้านการเกษตรเมื่อต้องขนส่งนำไปขายในเมืองทำให้เกษตรกรต้องเพิ่มต้นทุน ส่งผลให้มีกำไรน้อย ชาวบ้านต้องไปซื้อสินค้าในเมืองเพื่อนำมาอุปโภคบริโภค ภาคประชาสังคมและประชาชนในพื้นที่จึงได้ร่วมกันระดมทุนจัดตั้งร้านค้าประชารัฐ/ศูนย์กระจายสินค้าชุมชนโซนพนมทวนขึ้นปัจจุบันมีคณะทำงานบริหาร จำนวน 15 คน มี นางสมพร ปานโต เป็นประธาน มีสมาชิกร้านค้าชุมชน จำนวน 106 คน จำนวนเงินทุน 2,103,900 บาท กิจกรรมสำคัญคือจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป รับซื้อ- จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของชุมชน เป็นศูนย์กระจายสินค้าให้กับชุมชน ชาวบ้านได้นำสินค้ามาวางจำหน่าย เช่น ข้าวสารหอมมะลิ ข้าวสารชนิดต่างๆ เมล่อน สินค้าที่ทำด้วยมือ(แฮนด์เมด)ได้แก่กลุ่มถักตะกร้าหรือของใช้จากเชือกป่านมัดฟาง กลุ่มสานงูงับขยับข้อ(อุปกรณ์ช่วยป้องกันนิ้วล็อค)มีสินค้าจากกลุ่มแม่บ้าน เช่น กลุ่มข้าวเกรียบสีรุ้งสมุนไพร กลุ่มแคปหมูไร้มัน กลุ่มขนมทองม้วนทองพับเนื้อตาล/สมุนไพร กลุ่มผ้าขาวม้าทอมือ



ภาพ : ศูนย์กระจายสินค้าชุมชน , ผลิตภัณฑ์ชุมชนจาวตาลเชื่อม,น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ
ครูสมพร เล่าถึงวิธีการจัดสรรกำไรของศูนย์ฯ จะทำการจัดสรรกำไรสุทธิทุก 12 เดือน โดยแบ่งเป็น
- เป็นเงินทุนสมทบกองทุนฯเพื่อขยายงานและดำเนินการในกิจการของศูนย์ฯ 25 %
- จ่ายเป็นเงินปันผลตามหุ้นที่ชำระเงินแล้วให้แก่สมาชิก 50 %
- จ่ายเป็นค่าตอบแทนคณะกรรมการดำเนินการศูนย์ฯ 10 %
- จ่ายเป็นสวัสดิการและพัฒนาชุมชน ( สาม กองทุนฯตามสัดส่วนเรือนหุ้น) 10 %
- จ่ายสมทบกองทุนพัฒนาเครือข่ายจังหวัด 5 %
ด้วยพัฒนาการของตำบลเริ่มดีขึ้นในความรู้สึกของเรา เราเริ่มมีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานต่าง ๆ มาก
ขึ้นทั้งนอกพื้นที่และในพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการตำบลสุขภาวะ กิจกรรมที่ดำเนินการคือ พัฒนาศักยภาพทีมและพัฒนาสถานที่ องค์ความรู้ให้เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ดูงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการชุมชนให้กับอปท.ที่เป็นลูกข่ายจำนวน 60 พื้นที่ และลูกข่ายแต่ละพื้นที่ต้องนำความรู้ที่ได้รับไปขยายต่อลูกข่ายของตนเองอีกพื้นที่ละ 3 พื้นที่ ซึ่งลูกข่ายของตำบลหนองโรงทั้ง 60 พื้นที่นั้นหลังจากเสร็จสิ้นการศึกษาเรียนรู้ดูงานตามหลักสูตร 4 คืน 5 วันแล้ว จะได้รับงบประมาณสนับสนุนในการร่วมกิจกรรมกับตำบลหนองโรงตำบลละประมาณสองแสนบาท เพื่อขยายงานต่อไป เกิดการพัฒนาหลายๆด้าน เป็นต้นแบบให้กับ อปท.60 แห่ง ทำให้เกิดเครือข่ายจำนวนมากทั่วประเทศ มีการเชื่อมโยงงาน/กิจกรรมร่วมกัน เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมทั้งภาครัฐได้แก่พัฒนาชุมชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ท่องเที่ยวและกีฬาจ.กาญจนบุรี (ทกจ.) กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นต้น ภาคเอกชน ได้แก่บริษัท SCG. บริษัทการไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง จำกัด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนองค์การมหาชน(พอช.)เป็นต้น
ในปีนี้ยังได้ร่วมกันจัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลหนองโรง โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับร้านค้าประชารัฐ ใช้สถานที่นี้เป็นจุดบริการข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวชุมชนตำบลหนองโรงด้วย ซึ่งองค์กรต่างๆในชุมชนได้จดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกับสำนักงานเกษตรอำเภอพนมทวน ขึ้นทะเบียนสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชนกับกรมการพัฒนาชุมชน อุตสาหกรรมจังหวัด พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นต้น
และด้วยวิถีของชุมชนที่ส่วนใหญ่มีอาชีพด้านการเกษตร หนองโรงยังมีจุดเรียนรู้ด้านการเกษตรที่มีชื่อเสียงได้ คือ ศูนย์กำจัดศัตรูพืชหมู่ 8 บ้านรางยอม เป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจชุมชนระดับจังหวัดกาญจนบุรี ที่หมู่ 1 บ้านหนองกระจันทร์ ในปี 2550 เป็นศูนย์ที่ส่งเสริมความรู้ด้านการจัดการชุมชนด้วยตนเอง ได้แก่กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตต้นแบบของจ.กาญจนบุรี การเรียนรู้เรื่องการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด เป็นศูนย์เรียนรู้กองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดกาญจนบุรีเมื่อปี2555 ด้านอาชีพซึ่งนำผลผลิตที่มีในชุมชนมาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนได้แก่กลุ่มตอไม้ประดิษฐ์ กลุ่มแปรรูปผลผลิตจากตาล (กลุ่มเนื้อตาลมาเป็นส่วนประกอบของขนมตาล กลุ่มเพาะงอกตาล) กลุ่มทำขนมทองม้วน/ทองพับเนื้อตาล/สมุนไพร กลุ่มนกประดิษฐ์ กลุ่มแปรรูปข้าวสารหอมมะลิ เป็นต้น
จากการขับเคลื่อนงานในตำบลหนองโรง ส่งผลให้ตำบลเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปทั้งในจังหวัด และนอกจังหวัด โดยมีผู้ที่เข้ามาศึกษาเรียนรู้ดูงานอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ เดือนละไม่ต่ำ กว่า 1,000 คน ทำให้ประชาชนมีรายได้เสริม จากการประกอบอาชีพหลัก ครัวเรือนละ 5,000 – 20,000 บาท ต่อเดือน เกิดการกระจายรายได้อย่างทั่วถึง กลุ่มองค์กรต่างๆ ในชุมชนได้รับการสนับสนุน ช่วยเหลือด้านวิชาการ งบประมาณ และ แกนนำได้รับการพัฒนาเชิงแนวคิด มีการเรียนรู้จากภายนอกและนำกลับมาพัฒนาพื้นที่ตำบล โดยในปัจจุบันเรามีแกนนำที่ผ่านการเรียนรู้ และนำความรู้ต่างที่ได้มาพัฒนาตำบลเรา ถึง 40 คน
อย่างไรก็ดี ตำบลเองยังมีข้อติดขัดที่เป็นปัญหาสำคัญของชุมชนคือ การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในการมาร่วมจัดการชุมชนส่วนใหญ่ไม่ตรงตามความต้องการของชุมชน และเป็นงานที่ซ้ำซ้อนกัน
อีกส่วนหนึ่งเมื่อรัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน จัดสรรงบประมาณจำนวนมากมาส่งเสริมสนับสนุนเพื่อให้เกิดชุมชนท่องเที่ยวโดยภาครัฐ แต่งบประมาณเหล่านั้น นอกจากไม่ได้ทำในสิ่งที่ชุมชนต้องการแล้วยังสร้างความแตกแยกให้กับชุมชนอีกด้วย ซึ่งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลหนองโรงไม่ได้สนองนโยบายเหล่านั้นเนื่องจากพิจารณาแล้วว่าไม่เป็นประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริง
ด้วยระยะเวลานับสิบปีกับการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลหนองโรง ทำให้เราได้เรียนรู้มากมาย รวมถึงข้อค้นพบที่มีแนวทางที่จะพัฒนาและแก้ไขปัญหา ปัจจัยที่ทำให้การทำงานสำเร็จ คือ
- เรามีความมุ่งมั่นและมีความร่วมมือกัน
- หน่วยงานในพื้นที่ให้ความร่วมมือ ให้การมีส่วนร่วมกันทุกภาคส่วน
- ทุกขั้นตอนเรามีการเตรียมการ ปฏิบัติและสรุปผล สุดท้าย เราพบข้ออ่อน/ข้อจำกัดที่เราอาจจะต้องปรับปรุงและหาทางแก้ไขการจัดกระบวนการ เช่น การสื่อสารไม่ทั่วถึง ผู้นำชุมชน ไม่มั่นใจในแผนที่เราทำเนื่องจากทำบ่อยแต่ไม่ได้รับการตอบรับหรือแก้ไข
- โครงการของรัฐที่เข้ามาในช่วงนี้เช่น ไทยนิยมยังยืน ซึ่งมีการจัดประชุมบ่อยในพื้นที่ เป็นผลให้คนไม่ค่อยเข้าร่วมประชุมซึ่งต้องแก้ไขกันต่อไป
ทั้งหมดนี้ คือบทเรียนสำคัญที่ตำบลได้เรียนรู้ ขณะเดียวกันก็มีแผนงานเตรียมที่จะขับเคลื่อนงานต่อไป เช่น ด้านเศรษฐกิจ มีแผนในการที่จะ ส่งเสริมสนับสนุน การท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลหนองโรง ,แผนการพัฒนาระบบการจัดการร้านค้าประชารัฐ , แผนส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ แผนงานด้านสังคม เกี่ยวกับ โครงการบ้านพอเพียงชนบท ซึ่งตามแผนที่จะต้องแก้ไขในปีนี้ จำนวน 10 ครัวเรือ แผนด้านการศึกษาเตรียมที่จะ พัฒนาศักยภาพผู้นำองค์กรชุมชน มีแผนจัดมอบทุนการศึกษา แก่สมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลหนองโรง .แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมมีโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี มีกิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันสำคัญ กิจกรรมทำแนวกันไฟป้องกันไฟป่าการต่อยอดและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลหนองโรง






