
คณะทำงานสภาองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก ร่วมกับสำนักงานภาคกลางและตะวันตก สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมชุมชนบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ ในวันที่ 25 กันยายน 2561 ณ ห้องประชุมคอนเวนชั่นฮอลล์ 2 สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อเรียนรู้การใช้เครื่องมือในการประเมินผลกระทบโดยชุมชน พร้อมร่วมบันทึกเทปรายการเวทีสาธารณะ โดยมีตัวแทนสภาองค์กรชุมชน เครือข่ายการจัดการภัยพิบัติ 16 จังหวัด เจ้าหน้าที่ พอช. และภาคประชาสังคมเข้าร่วม
นางสาววิภาศศิ ช้างทอง ผู้แทนคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนภาคกลางและตะวันตก กล่าวว่า เนื่องจากคณะทำงานสภาองค์กรชุมชน และสำนักงานภาคกลางและตะวันตก เล็งเห็นว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน องค์กรชุมชนในพื้นที่ 16 จังหวัด ภายใต้สถานการณ์ปัญหาและบทเรียนในการแก้ไขเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและภัยพิบัติ ประเด็นหนึ่งที่สำคัญ คือ การเตรียมความพร้อมของชุมชน โดยเฉพาะเรื่องข้อมูล ข้อเท็จจริงในชุมชน เพื่อนำไปสู่การกำหนดนโยบายและออกแบบทางเลือกในการบริหารจัดการ
นางสาวสมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบโดยชุมชน กล่าวว่ากระบวนการสำคัญในการประเมินผลกระทบโดยชุมชน คือ การค้นหาคุณค่าหลักของชุมชน การศึกษาข้อมูลโครงการ/นโยบายที่จะดำเนินการในชุมชน การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิชุมชน กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติหรืออนุญาตโครงการ การประเมินผลกระทบ การผลักดันเข้าสู่การตัดสินใจ และการติดตามประเมินผล โดยมีแผนที่ชุมชนและการลำดับการเปลี่ยนแปลงชุมชนผ่านไทม์ไลน์ เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลเพื่อทำให้เห็นภาพของชุมชนตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต รวมถึงเชื่อมโยงผู้คนในชุมชนมาพูดคุยร่วมกัน เพื่อสร้างความเข้าใจบริบทพื้นที่ ความสัมพันธ์ของระบบนิเวศน์และผู้คน ตลอดจนเป็นการทำความเข้าใจกระบวนการและการก่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ

“ในการทำงานจะใช้วิธีการศึกษาทำความเข้าใจชุดความรู้ของชุมชนควบคู่กับชุดความรู้ของผู้เชี่ยวชาญ สำหรับชุดความรู้ของชุมชนได้มาจากการลงศึกษาเพื่อให้เห็นบริบทและสภาพปัญหาของชุมชน จากนั้นนำเสนอข้อมูลให้ชาวบ้านได้รับทราบแล้วชวนมาทำงานร่วมกัน โดยให้คนกลุ่มต่างๆ ได้บอกเล่าปัญหาของตนเองผ่านการวาดแผนที่ชุมชนว่ามีปัญหาอะไร อยู่ตรงไหน เป็นการทำความเข้าใจภูมินิเวศน์ ฐานทรัพยากร แหล่งเกิดปัญหา รวมถึงเส้นทางที่ส่งผลกระทบกับคนในชุมชนมาจากทางไหน แล้วจะจัดการอย่างไร เพื่อให้เข้าใจระบบนิเวศน์ของผู้คน กระบวนการของการก่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ แล้วชวนให้คิดและค้นหาว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร ถือว่าเป็นการสร้างพื้นที่ในการพูดคุย ถกเถียงกันของคนในชุมชน จากนั้นแลกเปลี่ยนร่วมกัน จะทำให้เห็นปัญหาและผลกระทบที่มีต่อกลุ่มคนหรือผู้ที่ประกอบอาชีพด้านต่างๆ
ส่วนการบอกเล่าเรื่องราวผ่านไทม์ไลน์ ทำให้เห็นว่าอดีตที่ผ่านมา ปัจจุบัน และอนาคตจะเป็นอย่างไร โดยให้เขียนบอกเล่าเรื่องราวว่าในช่วงไหนเกิดอะไรขึ้นบ้างที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงทั้งในทางที่ดีขึ้นหรือว่าแย่ลงแล้ววิเคราะห์เชื่อมโยงปัญหา การเปลี่ยนแปลงง และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต” นางสาวสมพรกล่าว
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบโดยชุมชนยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ในการพูดถึงการจัดการน้ำและภัยพิบัติไม่ใช่เพียงแค่เรื่องผลกระทบที่เกิดทางตรงจากลม พายุ หรือฝนตก แต่มีผลกระทบอื่นที่แฝงมาด้วย เช่น สารพิษที่มากับลมหรือการชะล้างของน้ำ ดังนั้น การช่วยเหลือหรือแก้ไขปัญหาจึงไม่ใช่เพียงแค่การซ่อมสร้างบ้านที่ได้รับความเสียหาย แต่ควรเป็นการลดความเสี่ยงและให้รู้เท่าทันว่าจะมีผลกระทบอะไรที่มาจากน้ำบ้างแล้วเราจะจัดการอย่างไร ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหา หรือการเปลี่ยนแปลงต้องเกิดจากฐานล่างและต้องเกิดอย่างเป็นระบบ จึงจะทำให้นำไปสู่การบริหารและจัดการได้อย่างยั่งยืน


ต่อมาในช่วงบ่ายของวันเดียวกันขบวนองค์กรชุมชนได้ร่วมรายการเวทีสาธารณะ “การมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำและภัยพิบัติ” ซึ่งออกอากาศทางช่องไทยพีบีเอส โดยมีผู้แทนองค์กรชุมชนร่วมแลกเปลี่ยนกับนักวิชาการ หน่วยงาน และภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ มูลนิธิการจัดการน้ำแบบบูรณาการ และนายประเชิญ คนเทศ ภาคประชาสังคม จังหวัดนครปฐม โดยมีนางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ เป็นผู้ดำเนินรายการ
เรวดี อุลิต สำนักงานภาคกลางและตะวันตก รายงาน






