
ความจริงข้อหนึ่งที่จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยมีบ้านที่มั่นคง มีอาชีพที่หล่อเลี้ยงครอบครัวของตนเองได้ นั่นก็คือระบบการพัฒนาที่ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น และมีเป้าหมายที่จะให้คนในถิ่นเกิดมีความมั่นคงของชีวิตได้และไม่ต้องหลั่งไหลไปทำงานในเมือง ก็คือ ต้องเริ่มจากเจ้าของปัญหาเอง
ดังนั้นการแก้ไขปัญหาที่จะทำให้ผู้มีรายได้น้อยได้มีบ้านที่มั่นคงในชีวิต ต้องเริ่มจากเจ้าของปัญหาที่พร้อมจะลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาให้กับตนเอง และมีท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงาน ภาคีคอยหนุนเสริมให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมา ได้มีเวทีสร้างความร่วมมือด้านการพัฒนาระหว่าง สำนักงาน ธนารักษ์พื้นที่บุรีรัมย์ เทศบาลตำบลพุทไธสง สหกรณ์บริการบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวงจำกัด และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเป็นสัญญาใจต่อกันว่าจะร่วมกันพัฒนาและสนับสนุนการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้มีความมั่นคง เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยยกระดับคุณภาพชีวิตของบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวงอย่างแท้จริง
โดยก่อนที่จะมีการลงนามบันทึกความร่วมมือกันนั้นในแต่ละภาคส่วนได้เปิดวงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและถือเป็นการให้คำมั่นสัญญาใจต่อกันว่าเมื่อลงนามบันทึกความร่วมมือแล้วต้องร่วมกันแก้ไขปัญหาและลงมือปฏิบัติการร่วมกันและซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนจะมาทำให้ถ้าไม่ใช่คนในชุมชนท้องถิ่นเองเป็นคนทำ
ซึ่งการแสดงความคิดเห็นบางช่วงบางตอนของแต่ละหน่วยงานทั้ง 4 ฝ่าย โดยเริ่มจาก นางบุญสร้าง กล้าหาญ ประธานสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวง อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ มีใจความสำคัญว่า “หากเก็บออมสักนิด ขยันสักหน่อย เราก็มีบ้านที่มั่นคงได้ และบ้านก็จะเป็นต้นทุนชีวิตของผู้มีรายได้น้อยที่ไม่ต้องรอคอยอีกต่อไป”

เมื่อก่อนไม่มีความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยเลยหลายครอบครัวได้นำปี๊บผ่ากลางมาตีเป็นฝาเพื่อป้องกันฝนสาด บังแดด ให้พออยู่ได้เท่านั้น เพราะแค่ลำพังเงินจะซื้อข้าวกินก็ยังไม่พอ จนกระทั้งปี 2544 ได้มีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ได้เข้ามาให้ความรู้เรื่อง โครงการบ้านมั่นคง จึงได้ประสานให้ผู้ที่เดือดร้อนในที่อยู่อาศัยและเชิญทางเทศบาลตำบลพุทไธสงมาร่วมเวทีและเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการหลอกลวงชาวบ้านแต่อย่างได และพบว่าชาวบ้านได้อาศัยอยู่ในพื้นที่ราชพัสดุ ของกรมธนารักษ์ จึงได้ลงมือสำรวจความต้องการของชาวบ้านมีความสนใจ 59 ครัวเรือน มีการประชุมกันก็หลายครั้งซึ่งแต่ละครั้งก็ได้ประสานความร่วมมือไปยังเทศบาล เราเก็บข้อมูลและเริ่มมีการออมกัน ประชุมกันกว่า 2 ปี จึงได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช. ในปี 2544 โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ การซ่อมสร้างในที่ดินเดิม 30 หลังคาเรือน และสร้างในที่ดินใหม่ 29 ครัวเรือน รวมงบประมาณ 3,825,000 บาท
ประธานสหกรณ์บริการบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวง กล่าวต่อไปว่า ต่อมาทางเทศบาลตำบลพุทไธสงก็ชวนชาวบ้านหน่วยงานในพื้นที่ลงสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนทั้งเขตเทศบาลพุทไธสงอีกรอบในปี 2556 จนพบว่ามีผู้เดือดร้อนกว่า 97 ครัวเรือน จึงได้มีการจัดเวทีสร้างความเข้าใจกับพี่น้องจนกระทั้งได้รับงบประมาณจาก พอช. ทำโครงการบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวงเฟส 2 จำนวน 7,225,000 บาท แบ่งเป็นงบพัฒนาระบบสาธารณูปโภค 4,850,000 บาท งบอุดหนุนที่อยู่อาศัย 2,425,000 บาท และงบบริหารจัดการ 242,500 บาท
นายจีระศักดิ์ เฮงสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีเมืองเทศบาลตำบลพุทไธสง กล่าวว่า ผมพร้อมรับประกันว่าชาวบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวงมีระบบการดูแลบ้านของตนเองให้แข็งแรงและพร้อมจะช่วยเหลือพี่น้องอย่างเต็มกำลัง เราต้องการให้ชาวบ้านมีที่อยู่อย่างมั่นคง และต่อไปเราจะต้องหาอาชีพให้กับเขาในชุมชน และจะได้ไม่ต้องไปทำงานยังต่างถิ่นอีก
อย่างไรก็ตาม ในชุมชนเองจะต้องเป็นสภาพสังคมที่ดี สิ่งแวดล้อมดี มีกิจกรรมทางสังคมที่จะทำให้ชีวิตดี มีความสุข มีความภาคภูมิใจ เกิดความอบอุ่น มีความเจริญก้าวหน้าอย่างที่คนในท้องถิ่นคาดหวัง เกิดความรักความสามัคคี จึงขอสัญญาว่าเราจะทำให้ดีที่สุดและมีความสุขที่สุด
นายปฎิภาณ จุมผา ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า บ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวงจะเป็นหนึ่งอีกพื้นที่ต้นแบบของผู้มีรายได้น้อยได้ลุกขึ้นมาแก้ปัญหาของตนเอง จนทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ทำให้มีสถานะ มีความมั่นคง มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และการทำบันทึกความร่วมมือ 4 ฝ่ายในวันนี้ เป็นสัญญาใจต่อกัน เพราะสัญญาฉบับนี้ไม่มีข้อบังคับแต่อย่างใด หากแต่ต่อจากนี้ไปเราจะมาร่วมกันพัฒนา มาสร้างความเข้มแข้งของพลังชุมชน พลังท้องถิ่น พลังท้องที่ ให้เป็นพลังของประเทศชาติต่อไป

อย่างไรก็ตาม เราจะต้องแก้ไขอย่างจริงจัง และทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน จนนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย และเรื่องที่อยู่อาศัยก็เช่นกัน จากนี้เราจะต้องสำรวจผู้เดือนร้อนทั้งเมืองในจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลที่เป็นจริงว่าทั้งจังหวัดมีผู้เดือดร้อนกี่ราย อาศัยอยู่ในที่ดินของใคร จากนั้นจึงมาดูถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาต่อไป เพื่อมุ่งสร้างต้นทุนชีวิตของผู้ยากไร้ให้มีความมั่นคง
กุญแจแห่งความสำเร็จของบ้านมั่นคงชุมชนโนนหนองสรวง ก็คือ ทางเทศบาลตำบลพุทไธสงได้ยื่นมือเข้ามาร่วมช่วยแก้ไขปัญหาตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งเป็นพลังราษฎร์รัฐ หน่วยงานในพื้นที่ ช่วยกันอย่างเต็มกำลัง ดังนั้นทั้งเขตเทศบาลตำบลพุทไธสงจะเป็นต้นแบบแห่งการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยทั้งเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวทิ้งท้าย

การที่ชุมชนท้องถิ่นจะเข้มแข็งได้อย่างน้อยต้องมีอยู่ 2 อย่าง คือ อย่างแรก คนที่เป็นเจ้าของปัญหาต้องช่วยเหลือตนเองก่อนไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบครอบครัว ชุมชน องค์กร อย่างที่สองคือ ต้องมีหลายฝ่ายมาจัดการร่วมกัน ทั้ง ชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน เทศบาล อนามัย เป็นต้น หรือว่าจะร่วมกันทำในรูปแบบของเครือข่ายสัมพันธ์
ที่สุดแล้วการจะมุ่งสร้างต้นทุนชีวิตของผู้ยากไร้ ด้วยบ้านมั่นคงที่ชุมชนโนนหนองสรวง ทุกภาคส่วนต้องหันหน้าเข้าหากัน ไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดกระทำแค่เพียงลำพัง
ประพันธ์ สีดำ รายงาน






