
เมื่อเร็วๆนี้ มีการจัดเวทีพัฒนาผู้นำการเปลี่ยนแปลงสังคมของขบวนองค์กรชุมชนภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันออก ครั้งที่ 1 กลุ่มทะเลชายฝั่งและกลุ่มเกษตร จ.ปราจีนบุรี ในวันที่ 23-24 เมษายน 2561 และครั้งที่ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มเมือง ในวันที่ 25-26 เมษายน 2561 ที่จังหวัดฉะเชิงทรา โดยมีผู้เข้าร่วมตัวแทนจังหวัดๆ ละ 10 คน ซึ่งประกอบด้วย แกนนำพื้นที่รูปธรรมประเด็นงานต่างๆ คนรุ่นใหม่ และกองเลขา รวมทั้งทีมงานคณะทำงานพัฒนาบุคลากรฯ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน โดยการจัดเวทีทั้ง 2 ครั้ง มีผู้เข้าร่วมจาก 12 จังหวัด รวมจำนวนกว่า 150 คน



การจัดเวทีครั้งนี้ คณะทำงานพัฒนาบุคคลากรภาคกรุงเทพฯ ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาออกแบบหลักสูตรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ของประเทศและเชื่อมโยงสู่บริบทการทำงานของพื้นที่ มีความทันสมัยโดยใช้เทคโนโลยีเหมาะสมกับยุคไทยแลนด์ 4.0 จากความตั้งใจ ทุ่มเท ของคณะทำงานฯ ที่ต้องการให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ ท่ามกลางบรรยากาศที่ผ่อนคลาย โดยมีเนื้อหา ดังนี้ 1)ทำไมต้องมียุทธศาสตร์ภาคประชาชน 2) วิเคราะห์สถานการณ์/พื้นที่ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนา 3)สายธารชีวิตและงาน 4)หลักคิด วิธีคิด ที่มาของยุทธศาสตร์ภาค การฝึกปฏิบัติหลักการวิเคราะห์คิดเชิงระบบและการพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย เครื่องมือวิเคราะห์(ก้างปลา) วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบเชิงบวก-เชิงลบ 5)แนวทางการเขียนข้อเสนอเชิงนโยบาย และช่วงท้ายภารกิจ บทบาทหน้าที่ในพื้นที่ ข้อเสนอต่อการพัฒนาบุคลากรครั้งต่อไป ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมทุกคนได้แสดงความคิดเห็นผ่านการแลกเปลี่ยนและการกรอกแบบสอบประเมินผล โดยทีมงานจะสรุปผลการเข้าร่วม จะจัดทำเป็นรายงานเผยแพร่ต่อไป
จากการเข้าร่วมเวทีทั้ง 2 ครั้ง ทำให้ได้เห็นถึงกระบวนการทำงานของคณะทำงานพัฒนาบุคลากรภาคกรุงเทพฯ การสร้างการมีส่วนร่วมของทีมงาน ทีมข้อมูล วิชาการ ทีมกิจกรรมสัมพันธ์ ทีมบริหารจัดการ ทีมสื่อสาร เป็นต้น การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันอย่างสม่ำเสมอมีการสรุปกิจกรรมกันอย่างละเอียดเข้มข้น การเปิดใจยอมรับข้อผิดพลาดและการเรียนรู้พัฒนาอยู่เสมอ

สำหรับสิ่งที่คาดหวังจากการจัดเวทีพัฒนาผู้นำฯ คือ กลุ่มเป้าหมายสามารถพัฒนาศักยภาพนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานระดับพื้นที่ ซึ่งคณะทำงานฯและสำนักงานปฏิบัติการภาคจะติดตามผลในระยะต่อไป หากผลที่เกิดขึ้นและมีความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน คือ การพัฒนาศักยภาพของคณะทำงานฯ เช่น ทีมกิจกรรมสัมพันธ์ เปิดใจว่า “ได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะตนเองมากมาย” ทีมสื่อสารที่ทำงานรวดเร็วฉับไว ทันสมัย จัดทำ Qr Code เชิญผู้เข้ากลุ่ม line สื่อสารเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร จัดทำทะเนียบรุ่นผู้เข้าร่วม การถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ตัดต่อเป็น VDO ภาพกิจกรรมวันวาน ทีมบันทึกเนื้อหาวิชาการจากวิทยากรโดยละเอียด ทีมบริหารจัดการที่ทำให้งานราบรื่น แม้มีข้อติดขัดปัญหาในการจัดครั้งที่ 1 ง แต่ก็ได้แก้ไขปรับปรุงในครั้งที่ 2 และการพัฒนาทักษะการเป็นวิทยากรกระบวนการ ที่สำคัญคณะทำงานฯ ถือว่าเป็นบุคลลที่มีจิตอาสา ทำงานเพื่อสาธารณะ รับผิดชอบ พัฒนาตนเอง และหาความรู้ใหม่
คณะทำงานฯ ได้ให้ข้อคิดเห็น ในส่วนของบทบาทของเจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิบัติภาคและสำนักงานยุทธศาสตร์ฯ คือ “การมีส่วนร่วมเป็นทีมเดียวกันในการจัดเวทีพัฒนาผู้นำฯ” ตั้งแต่การคิดออกแบบหลักสูตร การคัดเลือกวิทยากร การร่วมกิจกรรมพร้อมไปกับผู้เข้าร่วม ถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่จะทำให้เป็นทีมงานเดียวกันและสร้างความเป็นกันเองแก่ผู้เข้าร่วมเวที สร้างบรรยากาศให้ผู้เข้าร่วมกล้าแสดงความคิดเห็น การดำเนินงานพัฒนาผู้นำขบวนชุมชนยังคงดำเนินต่อไป ไม่หยุดยั้ง เห็นได้จากกำหนดการแผนการพัฒนาศักยภาพรายจังหวัดที่มีการสื่อสารกันในกลุ่มline พัฒนาคนฯ ของสำนักงานปฏิบัติการภาค อาจเหมือนชื่อหนังสือ ที่ว่า “การสิ้นสุดของสิ่งหนึ่ง คือ การเริ่มต้นของสิ่งใหม่เสมอ” หนุ่มเมืองจันท์ กล่าวไว้
รายงานโดยสำนักงานยุทธศาสตร์และเชื่อมโยงขบวนชุมชนและสำนักงานภาคกรุงเทพฯปริมณฑลและตะวันอก
Cr.ภาพจากทีมงานสื่อสาร คณะทำงานพัฒนาบุคลากร ภาคกรุงเทพฯปริมณและตะวันออก






