
เกาะเรียน เป็นชื่อตำบลซึ่งมีที่มาจากลักษณะพื้นที่ของตำบลเกาะเรียน ที่มีหมู่บ้าน 2 หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนเกาะเรียน คือ บ้านเกาะเรียนหมู่ที่ 2 และหมู่ที่ 3 ซึ่งโอบล้อมด้วยแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองธรรมชาติ คนเก่าเล่าว่า ในสมัยอยุธยามีพ่อค้าจากเมืองจีนเข้ามาติดต่อค้าขายกับชาวอยุธยาเมื่อเห็นความอุดมสมบูรณ์ของเกาะนี้เหมาะสำหรับตั้งถิ่นฐานจึงได้มาตั้งรกรากอยู่บนเกาะและได้สร้างศาลเจ้าพ่อเกาะเรียน เพื่อเป็นสิ่งยืดเหนี่ยวจิตใจสักการะของชาวจีนและชาวฮอลันดาที่เข้ามา ได้สร้างโรงเรียนสอนศาสนาขึ้น ชื่อตำบลเกาะเรียนจึงเรียนชื่อตามศาลเจ้า และโรงเรียนที่อยู่ใกล้กับเจ้าพ่อเกาะเรียน ชาวบ้านจึงเรียกตำบลนี้ว่า “ตำบลเกาะเรียน” ซึ่งอยู่ห่างจากอำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณ 10 กิโลเมตร มีเนื้อที่โดยประมาณ 5.12 ตารางกิโลเมตร 3,200 ไร่ มี 7 หมู่บ้าน ประชากรทั้งสิ้น 2,453 คน

ตำบลได้มีการตั้งเป้าหมายในการพัฒนาตำบลเพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็ง ร่วมกันโดยเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาคน และการจัดทำแผนพัฒนาตำบลเพื่อนำไปสู่ความเข้มแข็งที่ยังยืน โดยมีกระบวนการดังนี้
1. ประชุมสร้างความเข้าใจและจัดทำแผนปฏิบัติการของสภาองค์กรชุมชน โดย แกนนำสภาองค์กรชุมชน ได้ร่วมกันประชุมเพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการขับเคลื่อนงานในตำบล ออกแบบและกำหนดวิธีการจัดทำแผนพัฒนาตำบล จัดทำกำหนดการ จัดทีมทำงานและแบ่งบทบาทหน้าที่ พร้อมทำแผนปฏิบัติการ ในแต่ละเวทีมีองค์ประกอบที่มาจาก แกนนำกลุ่มองค์กร แกนนำสภาองค์กรชุมชน ท้องถิ่น ท้องที่ ภาคีภาครัฐ เช่น กศน. อบต. เป็นต้น

ในขั้นตอนนี้ ตำบลให้มอบหมายให้ทีมทำงานรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลของตำบล และนำมาใช้ประกอบการตัดสินใจ เช่น ข้อมูลบริบทตำบล ข้อมูลประชากร ข้อมูลกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ข้อมูลแผนพัฒนาต่าง ๆ ที่มีการจัดทำอยู่ก่อนแล้ว เพื่อนำมาใช้ในการพิจารณาร่วมกัน
2. วิเคราะห์ศักยภาพและจัดทำแผนของตำบล ได้มีการจัดประชุมพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน ซึ่งองค์ประกอบของการพูดคุยมีชุมชน ผู้นำ และมีหน่วยงานเพิ่มขึ้น เช่น อบต. สถานศึกษา ผอ.กศน. ผลจากการพูดคุย ได้ค้นพบศักยภาพของตำบล ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อน


การจัดทำแผนพัฒนาตำบล มีการออกแบเวทีการจัดทำแผนโดยมีส่วนร่วมในการออกความคิดเห็นรูปแบบของเวที มีรายละเอียดทีสำคัญประกอบด้วย
1. ผู้นำแต่ละหมู่บ้านต้องจัดทำข้อมูลเบื้องต้น เช่น ศึกษารวบรวมแผนพัฒนาหมู่บ้านที่มีการจัดทำไว้ก่อนแล้ว , ประชุมชาวบ้านเพื่อได้ข้อมูลปัญหา และความต้องการของประชาชน
1. แผนงานด้านเศรษฐกิจ
1.1 ส่งเสริมกลุ่มอาชีพการทำดอกไม้ประดิษฐ์จากต้นโสน
1.2 ส่งเสริมกลุ่มอาชีพการทำขนมไทยโบราณ, อาหารว่าง
1.3 ส่งเสริมการดำเนินชีวิตตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
1.4 การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว
2.แผนงานด้านสังคม ประเพณี วัฒนธรรม
2.1 ให้ความรู้เรื่องสุขภาพผู้สูงอายุ
2.2 ส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมของท้องถิ่น เช่น วันสงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯ
2.3. ส่งเสริมกิจกรรมประเพณีวันสำคัญทางศาสนา วันวิสาขบูชา วันมาฆบูชา วันอาสาฬหบูชา
2.4 การจัดเวรยามเฝ้าระวังยาเสพติดและความปลอดภัยของหมู่บ้าน
3.แผนด้านสิ่งแวดล้อม
3.1 การรณรงค์การคัดแยกขยะก่อนทิ้ง และทิ้งขยะให้ถูกที่
3.2 การปรับปรุงภูมิทัศน์
3.3 การรักแม่น้ำลำคลอง และกำจัดผักตบชวา
4.แผนงานด้านสุขภาพ สาธารณสุข
4.1 การจัดหายาและเครื่องเวชภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ คนยากจนและผู้ด้อยโอกาส
4.2 การป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า
4.3 การพ่นหมอกควันกำจัดยุงลาย
4.5 การป้องกันแพร่ระบาดโรคติดต่อ เช่น โรคไข้เลือดออก
5.แผนงานด้านการเมืองการปกครอง/การพัฒนาคน
5.1 การเพิ่มศักยภาพผู้นำชุมชนสตรี, อสม., กรรมการหมู่บ้าน, ผู้นำชุมชน ฯลฯ
5.2 การส่งเสริมวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย
6. แผนงานด้านการศึกษา
6.1 การจัดการศึกษาให้กับเด็กในชุมชน
6.2 การสนับสนุนทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียน
3. การจัดเวทีเพื่อเสนอแผนต่อหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง
เวทีนี้จัดขึ้นโดย มีองค์ประกอบผู้เข้าร่วมประกอบด้วย แกนนำชุมชน แกนนำกลุ่มองค์กร และหน่วยงานภาคี เช่น ประกอบด้วย รองนายกองค์กรบริหารส่วนตำบล กศน. สถานศึกษา และ ผอ.รพสต. มีการนำเสนอแผนพัฒนาในทุกด้านของตำบลและส่งมอบแผนให้กับหน่วยงานภาคี

จากการขับเคลื่อนงานของสภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะเรียน การจัดกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบล มีแผนงานด้านการพัฒนาเศรษฐกิจในการ ส่งเสริมกลุ่มอาชีพการทำขนมไทยโบราณซึ่งเป็นความต้องการของชุมชนในการสร้างรายได้จากการทำอาชีพเสริมขนมไทย และได้รับการหนุนเสริมจากองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะเรียน ชาวเกาะเรียนพึงพอใจกับการทำงานและการสร้างอัตลักษณ์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ คือ การอนุรักษ์ขนมไทยโบราณ สืบสานประเพณีท้องถิ่น โดยจากผลการวิเคราะห์ต้นทุน มีของดีที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากชาววังรุ่นสมัยท้าวทองกลีบม้า เป็นมรดกอันล้ำค่าถ่ายทอดวิชาให้ลูกหลาน กับฝีมือในการทำ ขนมจำพวกขนมไทยโบราณตระกูลทอง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน ทองเอก จ่ามงกุฎ เสน่ห์จันทร์และนำมาเป็นผลิตภัณฑ์เด่นของตำบลเกาะเรียน เป็นกลุ่มขนมไทยที่ขึ้นทะเบียนเป็น OTOP ขึ้นชื่อแห่งเมืองพระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ชาวเกาะเรียน ยังภาคภูมิใจ กับการใช้สภาองค์กรชุมชน ให้เป็นเวทีกลางในการเชื่อมโยงพี่น้องประชาชน หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่และนอกพื้นที่ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี เช่น ทาง พอช. อบต. กศน. รพสต. ทำให้รู้สภาพปัญหาในภาพรวมของตำบล ซึ่งอดีตมองแต่ในหมู่บ้าน ทำให้เข้าใจกระบวนการจัดทำแผนวิธีการ เทคนิคต่าง ๆ ทำให้ได้แผนพัฒนาที่จะสามารถเชื่อมโยงกับภาคีพัฒนาและยังร่วมกันเสนอปัญหาของชุมชน โดยอาศัยความตามมาตรา 21(5) แห่ง พรบ.สภาองค์กรชุมชน พ.ศ.2551 ให้สภาองค์กรชุมชนตำบลมีภารกิจเพื่อเสนอปัญหาและแนวทางแก้ไขหรือความต้องการของประชาชนอันเกี่ยวกับการจัดทำบริการสาธารณะของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สภาองค์กรชุมชนตำบลเกาะเรียน จึงได้จัดทำข้อเสนอและหาแนวทางร่วมในการ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังโดยหาแนวทางในการจัดทำท่อและแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาพัง
ข้อมูลโดย : นางสาววิภารัตน์ จันทริก ประธานสภาองค์กรชุมชน ต.เกาะเรียน
เรียบเรียงโดย : สดิ้งทิพย์






