
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ผ่านมา ที่บ้านห้วยหาน ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน 5 ตำบล จำนวนกว่า 150 คน ในพื้นที่ อ.เวียงแก่น อ.เทิง อ.ขุนตาล จ.เชียงราย ร่วมกับคณะทำงานสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย เปิดเวทีกลางในการเสวนาเพื่อหาความร่วมมือในการสร้าง “วิถีชีวิตมั่นคง เศรษฐกิจชุมชนมั่งคั่ง ทรัพยากรป่าไม้ยั่งยืน บนฐานการมีส่วนร่วม” กรณีเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า
ซึ่งการเสวนาในครั้งนี้เป็นการเสวนาที่เกี่ยวข้องกับ การขยายเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) และการสำรวจพื้นที่ป่า เพื่อเตรียมประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติฯ ประมาณ 200,000 ไร่ ซึ่งมีประเด็นข้อแลกเปลี่ยนที่สำคัญ คือ
– ทำอย่างไรให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมเป็นจริง ระหว่างป่าไม้ ชุมชน และภาคีที่เกี่ยวข้อง
– ถ้าคนไปทำกินในเขตพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยมานานกว่า 200 ปีแล้ว จะทำอย่างไรให้เกิดความมั่นคงในการดำรงชีวิต
– มีแนวทางอย่างไรให้อยู่กันป่าอย่างยั่งยืน โดยชุมชนจะช่วยเป็นผู้ปกป้องรักษาป่า
– ข้อวิตกกังวลเกี่ยวกับการประกาศเขตอุทยานฯ ที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินทำกิน
นายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต กำนันตำบลปอ กล่าวว่า “ชุมชนมีความเดือดร้อนใจในส่วนของผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการประกาศเจตอุทยานฯ แม้ที่ผ่านมาชุมชนเคยเสนอให้มีเวทีในการให้ข้อมูลข้อเท็จจริงจากนักวิชาการของอุทยานฯ แต่ก็ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ จึงได้จัดเวทีครั้งนี้ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชน และกำหนดวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ป่า”
นายทูลสวัสดิ์ ยอดมณีบรรพต ปราชญ์ชุมชุน และผู้ทรงคุณวุฒิสภาองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า “สิ่งที่อยากเห็นคือสันติสุขในการอยู่ร่วมกันของชุมชน เพราะในพื้นที่มีสถานการณ์การจัยกุม และขอคืนพื้นที่ ดังนั้นจึงอย่าเพิ่งประกาศอุทยาน แต่ควรที่จะจัดการให้เกิดความยั่งยืนในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากร โดยการมีส่วนร่วมของชุมชนในการสร้างกฎระเบียบร่วมกันก่อน การฟังเสียงรัฐฝ่ายเดียวไม่สำคัญเท่าการสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่”
นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า “แหล่งต้นน้ำมีความสำคัญในการสร้างความยั่งยืน โดยฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำให้ความอุดมสมบูรณ์ และการสร้างความมั่นคงด้านเศรษฐกิจมีส่วนสำคัญ เพราะพื้นที่ชุมชนมีสิ่งดีๆ และศักยภาพในพื้นที่ ทั้งเรื่องวัฒนธรรม การสร้างอัตลักษณ์ องค์ความรู้ และภูมิปัญญา วันนี้จึงรู้สึกสบายใจที่เกิดกระบวนการในการสร้างความร่วมมือระหว่างชุมชน และหน่วยงานรัฐ ก่อนที่จะมีการสำรวจพื้นที่ และประกาศเขตอุทยานฯ”
นายสนิท หอมนาน หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า (เตรียมการ) เล่าว่า “ที่มาในการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติภูชี้ฟ้า คือเป็นนโยบายของรัฐบาล ห้ามเป็นที่ทับซ้อนของหน่วยงานรัฐ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ อ.เทิง อ.เวียงแก่น อ.ขุนตาล อ.เชียงของ ในส่วนขึ้นตอนก่อนประกาศนั้น จะมีการเดินสำรวจพื้นที่ เพื่อจัดทำข้อมูลร่วมกับชุมชน และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการดำเนินการร่วมกับผู้นำชุมชน ท้องถิ่น และทหาร”

ข้อสรุปจากเวทีโดยการวางเป้าหมายหลักการร่วมกัน คือ ต้องมีการฟื้นคืนสภาพป่าต้นน้ำ การบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีองค์ความรู้ โดยการกำหนดการใช้พื้นที่อย่างเหมาะสมกับระบบนิเวศ และวิถีชีวิตชุมชน และได้มีการวางแผนงานเพื่อจัดเวทีครั้งต่อไปนั้น ซึ่ง“ชุมชนและรัฐ” จะร่วมกันพัฒนาแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดเชิงพื้นที่ การดูแลรักษาป่าต้นน้ำ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน



วัชราภรณ์ จันทร์ขำ สำนักงานภาคเหนือ รายงาน






