เขตดอนเมือง/ ‘พลเอกสรุศักดิ์’ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง พม. เป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา เฟสแรกจำนวน 39 หลัง โดย พอช.ให้สินเชื่อสร้างบ้าน 10.8 ล้านบาทใช้เวลาสร้าง 6-8 เดือน ก่อนขยับสร้างในเฟสต่อไป ขณะที่บ้านประชารัฐในคลองลาดพร้าวสร้างไปแล้ว 18 ชุมชน รวม 1,056 ครัวเรือน ด้าน กทม.เตรียมเร่งบริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มสร้างเขื่อนเพิ่มอีก 5,000 ต้นภายในเมษายนนี้ ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าร่วมจะใช้วิธีเจรจาเป็นหลัก ก่อนจะใช้มาตรการทางกฎหมายเร่งรัด

วันนี้ (15 ก.พ.) เวลา 9.00 น.ที่ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา ริมคลองลาดพร้าว (คลองถนน) เขตดอนเมือง มีพิธียกเสาเอกสร้างบ้านประชารัฐริมคลอง เฟสแรกจำนวน 39 หลัง โดยมีพลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นประธานในพิธี มีผู้เข้าร่วมงานประกอบด้วย พลโทชนาธิป บุนนาค ผู้แทน คสช. นายสมชาติ ภาระสุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) นางวาสนา ศิลป์เบญจพร ผู้อำนวยการกองระบบคลอง สำนักการระบายน้ำ กทม. ผู้แทนสำนักงานเขตดอนเมือง ชาวชุมชนร่วมมิตรฯ และเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน

พลเอกสุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กล่าวว่า รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มีนโยบายในการแก้ไขปัญหาการรุกล้ำลำคลอง จึงมอบหมายให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดทำโครงการรองรับผู้ที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลอง ซึ่งขณะนี้ได้ก่อสร้างบ้านเสร็จไปแล้วรวม 1,056 ครัวเรือน ใน 18 ชุมชน อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง 18 ชุมชน จำนวน 1,297 ครัวเรือน และพื้นที่พร้อมเริ่มก่อสร้างอีกประมาณ 100 ครัวเรือน ซึ่งชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธาที่มีพิธียกเสาเอกในวันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้
“วันนี้ผมขอแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธาที่จะเริ่มก่อสร้างบ้านเฟสแรก 39 หลัง ซึ่งอีกประมาณ 6 เดือนพี่น้องก็จะได้บ้านใหม่ที่มั่นคงแข็งแรง มีภูมิทัศน์ สิ่งแวดล้อม และสังคมที่ดีขึ้น ซึ่งหลังจากที่สร้างบ้านเสร็จแล้ว กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น เช่น เรื่องการส่งเสริมอาชีพ การส่งเสริมกิจกรรมผู้สูงอายุ เด็ก และสตรี ขณะที่พี่น้องจะต้องช่วยกันดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมในชุมชนและในคลอง เพื่อให้ชุมชนและคลองมีความสวยงาม สะอาด สามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำได้ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับชุมชนอื่นๆ ส่วนประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการทางเจ้าหน้าที่ก็จะใช้วิธีเจรจาพูดคุยเป็นหลักเพื่อให้เข้าใจนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม และผู้ที่ปลูกสร้างบ้านรุกล้ำคลองก็จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกมา โดยมีการสร้างที่อยู่อาศัยใหม่รองรับ” พลเอกสุรศักดิ์กล่าว
พลเอกสุรศักดิ์ยังกล่าวด้วยว่า ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการโดยการเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์เพื่อสร้างบ้านใหม่ สามารถเช่าที่ดินได้ระยะยาว จากช่วงแรก 30 ปี สามารถขยายได้เป็นระยะๆ ละ 30 ปี ส่วนราคาค่าก่อสร้างบ้านหลังละประมาณ 400,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,000 บาทเศษก็ถือว่าเป็นภาระที่ไม่สูงมากนัก

นายเสถียร เกิดสมบูรณ์ ประธานสหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา จำกัด กล่าวว่า ชุมชนร่วมมิตรแรงศรัทธา ตั้งอยู่ใกล้ตลาดยิ่งเจริญ เขตดอนเมือง มีบ้านเรือนทั้งหมด 351 หลัง (370 ครัวเรือน) เข้าร่วมโครงการจำนวน 171 ราย โดยชุมชนเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์พื้นที่ 9 ไร่เศษ เพื่อก่อสร้างบ้านเฟสแรกจำนวน 39 หลัง เป็นบ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4.5 x 5.5 ม. หลังจากนั้นจึงจะเริ่มสร้างในเฟสต่อไป ใช้ระยะเวลาก่อสร้างในแต่ละเฟสประมาณ 6-8 เดือน
ทั้งนี้ พอช.ได้อนุมัติงบสินเชื่อเพื่อก่อสร้างบ้าน 39 หลัง จำนวน 10.8 ล้านบาทเศษ และสนับสนุนงบประมาณในด้านต่างๆ เช่น 1.งบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท 2.งบสาธารณูปโภคส่วนกลางครัวเรือนละ 50,000 บาท 3.งบอุดหนุนการก่อสร้างบ้านครัวเรือนละ 25,000 บาท
สำหรับแบบบ้านมีทั้งหมด 5 แบบ คือ 1.บ้านแถว 1 ชั้น ขนาด 4.5×5.5 ม. (5 หลัง) 2. บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 6.5×5.5 ม. (18 หลัง) 3. บ้านเดี่ยว 1 ชั้น ขนาด 4.7×7.2 ม. (1 หลัง) 4. บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4.5×5.5 ม. (150 หลัง) และ 5. บ้านแถว 2 ชั้น ขนาด 4.5×5.5 ม. + 6.5×5.5 ม. (9 หลัง)รวมทั้งหมด 171 หลัง ในจำนวนนี้จะมีการสร้างบ้านพักกลางสำหรับผู้ที่ด้อยโอกาสหรือไม่มีรายได้จำนวน 1 หลังเพื่อให้เป็นที่อยู่อาศัย และในระหว่างการก่อสร้างบ้านจะมีบ้านพักชั่วคราวในชุมชนจำนวน 40 หลังเพื่อรองรับชาวบ้าน ส่วนที่เหลือจะต้องเช่าที่พักชั่วคราวอยู่นอกชุมชน โดย พอช.สนับสนุนค่าเช่า (รวมอยู่ในงบช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ) ครัวเรือนละ 3,000 บาทต่อเดือน ระยะเวลา 6 เดือน

สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในคลองลาดพร้าวและคลองบางซื่อระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ซึ่งบริษัทริเวอร์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ประมูลงานได้ แต่การตอกเสาเข็มเพื่อก่อสร้างแนวเขื่อนมีความล่าช้า เนื่องจากติดปัญหาบ้านเรือนที่รุกล้ำแนวคลองยังไม่ยอมรื้อย้าย ซึ่งจากแผนงานบริษัทฯ กำหนดตอกเสาเข็มให้ได้จำนวน 60,000 ต้น ภายในสิ้นปี 2560 และก่อสร้างเขื่อนฯ เสร็จภายในช่วงกลางปี 2562 นั้น
แต่ปัจจุบันบริษัทฯ สามารถตอกเสาเข็มได้เพียง 18,123 ต้น หรือคิดเป็นร้อยละ 30.21 ของเนื้องาน รวมระยะความยาวที่ตอกเสาเข็มได้ 13.83 กิโลเมตร ดังนั้นสำนักการระบายน้ำ กทม.จะเร่งรัดให้บริษัทรับเหมาตอกเสาเข็มให้ได้อีก 5,000 ต้น ภายในเดือนเมษายนนี้ ส่วนประชาชนที่ยังไม่เข้าร่วมและต่อต้านโครงการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้การเจรจาเป็นหลัก และจะเร่งรัดการใช้มาตรการทางกฎหมายต่อไป โดยที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษบรรดาแกนนำ เจ้าของบ้านเช่า หอพัก และผู้มีผลประโยชน์ ในข้อหาบุกรุกที่ดินของรัฐ (กรมธนารักษ์) ไปแล้วจำนวน 57 ราย




งานสื่อสารองค์กร รายงาน






