พอช. เข้าร่วมประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางรองรับการถ่ายโอนภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ครั้งที่ 2/2569 ซึ่งมี สคทช. เป็นประธาน ที่ประชุมได้พิจารณา 4 แนวทางรองรับการถ่ายโอนภารกิจก่อน บจธ. สิ้นสุดการดำเนินงาน 30 ก.ย. นี้
กรุงเทพฯ/3 กันยายน 2569 ประชุมคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อศึกษาแนวทางรองรับการถ่ายโอนภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) ครั้งที่ 2/2569 ในการประชุมครั้งนี้ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) โดย นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เข้าร่วมการประชุมดังกล่าว โดยมี นายณัฐวุฒิ เปลื้องทุกข์ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ผู้แทนผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานอนุกรรมการ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน ผู้แทนสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนโยบายรัฐ (ธ.ก.ส.) รวมถึง พอช. ซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวข้องกับการพัฒนาที่อยู่อาศัย การจัดการที่ดิน และการสนับสนุนชุมชนและผู้มีรายได้น้อย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับประเด็นที่คณะอนุกรรมการอยู่ระหว่างการศึกษา ตลอดจนคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจฯ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้สังเกตการณ์ เข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารสำนักงาน ก.พ. (เดิม) แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร
มีการนำเสนอผลการขับเคลื่อนภารกิจของสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (บจธ.) ด้านการบริหารจัดการและกระจายการถือครองที่ดิน ผ่าน 4 โครงการหลัก ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การจัดหาที่ดิน การป้องกันการสูญเสียสิทธิ การเป็นตัวกลางด้านที่ดิน ตลอดจนการพัฒนาอาชีพและศักยภาพชุมชน เพื่อให้เกษตรกรและผู้ยากจนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างยั่งยืน
ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมของหน่วยงานในการรองรับการถ่ายโอนภารกิจของ บจธ. เนื่องจาก บจธ. มีกำหนดสิ้นสุดการดำเนินงานในวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยมีข้อเสนอให้ขยายระยะเวลาการดำเนินงานออกไปเป็นการชั่วคราว ระหว่างการพิจารณาและดำเนินการแก้ไขกฎหมายและกำหนดแนวทางรองรับภารกิจให้มีความชัดเจน ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางออกเป็น 4 กรณีหลัก ดังนี้
กรณีที่ 1 การจัดตั้งองค์การมหาชนขึ้นใหม่ ที่ประชุมมีความเห็นว่าไม่เหมาะสม เนื่องจากอาจเกิดความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานเดิม และเพิ่มภาระด้านอัตรากำลังและงบประมาณ ในขณะที่ภาคประชาชนเสนอให้ทบทวนและปรับปรุงองค์กรเดิมของ บจธ. ให้มีภารกิจชัดเจนและไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น แทนการจัดตั้งองค์กรใหม่ นอกจากนี้ นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี มีข้อสังเกตให้ปรับปรุงองค์กรเดิม ทั้งการปรับชื่อจาก “ธนาคาร” เป็น “สถาบันการถือครองที่ดิน” การกำหนดวัตถุประสงค์ ภารกิจ เงื่อนไขและระยะเวลาการดำเนินงาน รวมถึงบทบาทในการกระจายการถือครองที่ดินให้มีความชัดเจนมากขึ้น
กรณีที่ 2 การถ่ายโอนมายัง พอช. ที่ประชุมระบุว่า พอช. สามารถรองรับภารกิจของ บจธ. ได้ แต่จำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับภารกิจ เพิ่มอำนาจด้านการบริหารจัดการและการถือครองที่ดิน รวมถึงพิจารณาเพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอ โดยประสานสำนักงาน ก.พ.ร. ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ที่ประชุมมีข้อกังวลถึงความสอดคล้องของภารกิจเดิมของ พอช. ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาที่อยู่อาศัยและโครงการบ้านมั่นคง กับภารกิจด้านการบริหารและการถือครองที่ดินที่จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ หากมีการถ่ายโอนภารกิจมายัง พอช. ที่ประชุมเสนอให้จัดตั้งคณะอนุกรรมการติดตามการถ่ายโอนภารกิจ โดยมีผู้แทนภาคประชาชนร่วมเป็นองค์ประกอบ เพื่อมีส่วนร่วมในการติดตามและเสนอความคิดเห็นต่อการดำเนินงาน
กรณีที่ 3 การถ่ายโอนไปยังสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พิจารณาแล้วเห็นว่า ส.ป.ก. สามารถรองรับภารกิจได้บางส่วน เนื่องจากภารกิจหลักมุ่งเน้นการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ขณะที่ภารกิจของ บจธ. มีขอบเขตกว้างกว่า ทั้งนี้ หากภารกิจใดของ บจธ. อยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของ ส.ป.ก. สามารถพิจารณารับโอนได้ ขณะที่ภาคประชาชนไม่เห็นด้วยกับการถ่ายโอนภารกิจไปยัง ส.ป.ก. เนื่องจากเห็นว่า ส.ป.ก. มีภารกิจจำนวนมากและมีข้อจำกัดในการดำเนินงานอยู่แล้ว
กรณีที่ 4 การถ่ายโอนไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) สคทช. มีภารกิจด้านนโยบายและการบริหารจัดการที่ดินที่ใกล้เคียงกับ บจธ. แต่จำเป็นต้องปรับกฎหมายและโครงสร้างเพื่อรองรับการดำเนินงานในทางปฏิบัติ
นอกจากนี้ อีกแนวทางหนึ่งที่ที่ประชุมเสนอให้พิจารณาคือ การแยกถ่ายโอนภารกิจของ บจธ. ไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ตามอำนาจหน้าที่และภารกิจที่มีความใกล้เคียงกัน แทนการถ่ายโอนภารกิจทั้งหมดไปยังหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง เพื่อให้การดำเนินงานมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับบทบาทของแต่ละหน่วยงานมากที่สุด
ประธานที่ประชุมได้มอบหมายให้แต่ละหน่วยงานนำประเด็นการรับโอนภารกิจของ บจธ. กลับไปพิจารณา พร้อมจัดทำข้อมูล ข้อดี–ข้อเสีย ข้อจำกัด แนวทางการปรับแก้กฎหมาย ความพร้อมในการรับโอนภารกิจ ตลอดจนมาตรการรองรับภารกิจและบุคลากร เพื่อนำเสนอประกอบการพิจารณาในครั้งต่อไปในวันที่ 18 กันยายน 2569 นี้













