ก้าวไปอีกขั้นสู่การเป็นเมืองแห่งการสื่อสารสร้างสรรค์ เมื่อ พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ อบรม “ชุมชนฮิ้ววว รุ่นธรรมราษฎร์บุรีรัมย์” กิจกรรมที่เปลี่ยนชาวบ้านและผู้นำชุมชนให้กลายเป็น “นักสื่อสารดิจิทัล” มือโปร ด้วยหลักสูตรเข้มข้นที่นำเทคโนโลยี AI มาผสานกับศิลปะการเล่าเรื่องท้องถิ่น เพื่อสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมและเศรษฐกิจผ่าน “ชุมชนฮิ้ววว” ที่มุ่งเน้นการส่งต่อความสุขและเรื่องราวดีๆ จากฐานรากสู่โลกออนไลน์
บุรีรัมย์/29 เมษายน 2569- สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการนักสื่อสาร “ชุมชนฮิ้ววว รุ่นธรรมราษฎร์บุรีรัมย์” ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับงานพัฒนาชุมชนผ่านกระบวนการสื่อสารยุคใหม่ ณ ห้องประชุมมนุษย์สังคมวัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์
นายธณพล เมืองเฉลิม
นายธณพล เมืองเฉลิม ผู้อำนวยการสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พอช. กล่าวว่า กลุ่มเป้าหมายหลักในวันนี้คือคนรุ่นใหม่และคณะทำงานกองเลขาสภาองค์กรชุมชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้านและเข้าใจบริบทของ พอช. เป็นอย่างดี การอบรมครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการติดตั้งอาวุธทางปัญญา เพื่อให้คนทำงานในพื้นที่สามารถเปลี่ยนเรื่องราวการทำงานที่ดูเป็นทางการ ให้กลายเป็นคอนเทนต์ที่น่าสนใจและเข้าถึงง่าย
“การบ้าน” ที่สำคัญแก่นักสื่อสารรุ่นใหม่ โดยมุ่งเป้าไปที่การทำคอนเทนต์ในโครงการเรือธงของ พอช. เช่น โครงการบ้านพอเพียง, สวัสดิการชุมชน และ สภาองค์กรชุมชน “เราต้องการคอนเทนต์จากการลงพื้นที่จริง เช่น การซ่อมสร้างบ้านพอเพียงที่กำลังจะปิดโครงการ อยากให้ทุกคนไปเก็บภาพ ทำคลิป และสื่อสารออกไปให้สาธารณะได้รับรู้ว่าสิ่งที่พวกเราทำในพื้นที่นั้นสร้างสิ่งดีๆ อะไรขึ้นมาบ้าง” นายธณพลกล่าว
นายวุฒิพงษ์ เหลืองอุดมชัย
นายวุฒิพงษ์ เหลืองอุดมชัย ประธานขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวถึง ความสำคัญของ “ชาวธรรมราษฎร์บุรีรัมย์” ในการเป็นกระบอกเสียงที่สะท้อนข้อเท็จจริงและความสำเร็จของภาคประชาชน โดยเชื่อมั่นว่าการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพจะเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับท้องถิ่น
นายวุฒิพงษ์ กล่าวต่อ การพัฒนาศักยภาพคนทำงานชุมชน โดยเชิญตัวแทนจากทั้ง 10 โซนในพื้นที่เข้าร่วมรับการอบรมด้านการสื่อสาร เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ทุกโซนมีกิจกรรมและโครงการสำคัญกระจายอยู่ทั่วจังหวัด โดยเป้าหมายหลักคือการทำให้ทุกพื้นที่สามารถแสดงบทบาทและนำเสนอผลงานของตนเองต่อสังคมได้อย่างชัดเจนและสร้างสรรค์ “หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทุกคนที่มาในวันนี้จะสามารถนำผลงานที่ได้จากการอบรมไปแสดงให้เห็นในวันข้างหน้า ต่อจากนี้ไป เราจะได้เห็นงานดีๆ จากทุกโซนทั้ง 10 โซน ที่จะได้รับการเผยแพร่ออกสู่สาธารณะโดยฝีมือของพวกเราเอง”
ผศ.ดร สถาพร วิชัยรัมย์
ผศ.ดร สถาพร วิชัยรัมย์ รองคณบดีคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทางคณะฯ ได้ดำเนินกิจกรรมบริการวิชาการร่วมกับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอลำปลายมาศ และอำเภอชำนิ รวมถึงอีก 4 ตำบลในจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีการทำงานใกล้ชิดกับขบวนชุมชนและสภาองค์กรชุมชนในหลากหลายมิติ อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญที่พบคือบทบาทของคนทำงานมักถูกมองว่าเป็น “คนเบื้องหลัง” ที่สังคมภายนอกยังมองไม่เห็นภาพความสำเร็จที่ชัดเจน
ในการอบรมครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ผ่านสื่อสมัยใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม “ธรรมราษฎร์บุรีรัมย์” ซึ่งเป็นเครือข่ายที่มีชีวิตชีวาและ ในฐานะสมาชิกและกรรมการผู้ตรวจรับโครงการบ้านพอเพียงและสวัสดิการชุมชน ได้เห็นถึงคุณค่าของงานที่ทำ จึงสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) เข้ามาช่วยสื่อสาร โดยได้ให้ความรู้เชิงวิชาการว่า AI มีรากฐานมาจาก Deep Learning หรือการเรียนรู้เชิงลึก ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานในชาติตะวันตกเพื่อใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการแพทย์ ก่อนจะพัฒนามาเป็นเครื่องมือในชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบัน ผศ.ดร สถาพร กล่าว
นายธิปไตย ฉายบุญครอง
นายธิปไตย ฉายบุญครอง เจ้าหน้าที่สื่อสารการพัฒนาอาวุโส สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร พอช. กล่าวถึง “สัญลักษณ์” และ “อัตลักษณ์” ของท้องถิ่น ตั้งแต่อดีตอย่างปราสาทหินพนมรุ้ง จนถึงสัญลักษณ์ร่วมสมัยอย่างสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการนำเสนอเรื่องราวของแต่ละตำบล“ชุมชนฮิ้ววว” ซึ่งคำว่า “ฮิ้ว” สื่อถึงเสียงแห่งความสุขและการเฉลิมฉลองในงานบุญประเพณี โดยเป้าหมายของการอบรมคือการทำให้คนทำงานชุมชนมีความสุขกับการเล่าเรื่องดีๆ ในพื้นที่ของตนเอง ผ่านเครื่องมือที่ทันสมัยภายใต้หลักการ “AI เป็นผู้ช่วย แต่คนคือผู้สั่งการ”
การพัฒนาศักยภาพเสริมสร้างทักษะยกระดับนักสื่อสารชุมชน “ชุมชนฮิ้ววว” มุ่งเน้นการยกระดับ คนทำงานชุมชนให้เป็นนักสร้างสรรค์คอนเทนต์ (Content Creator) มืออาชีพ ผ่านการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาทิ Gemini และ ChatGPT ควบคู่กับแอปพลิเคชันตัดต่อสมัยใหม่ เพื่อดึงจุดเด่นและอัตลักษณ์ของแต่ละตำบล ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านพอเพียง สวัสดิการชุมชน หรือสินค้าท้องถิ่น มาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจผ่านโซเชียลมีเดีย หวังสร้างการรับรู้ในวงกว้างและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับชุมชนในยุคปัจจุบัน นายธิปไตย กล่าว
ในส่วนของการฝึกปฏิบัติ ทีมงานได้นำเครื่องมือระดับมืออาชีพมาถ่ายทอดอย่างเข้าใจง่าย เริ่มต้นจากการวางแผนการเล่าเรื่องผ่าน “สตอรี่บอร์ด” (Storyboard) เพื่อลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง นอกจากนี้ ยังมีได้สอนการใช้เครื่องมือดิจิทัลที่หลากหลายคือ การถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เทคนิคการใช้สมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียวในการสร้างสรรค์มุมกล้องที่ดึงดูดสายตา การเขียน Caption และการโพสต์ การเลือกใช้คำที่เข้าถึงหัวใจคนฟัง การสร้างสตอรี่บอร์ด และการวางจังหวะการสื่อสารในสื่อโซเชียล การทำแบรนเนอร์ (Banner Design) เทคนิคการจัดองค์ประกอบภาพและการเลือกใช้สีเพื่อสื่อสารอัตลักษณ์ชุมชน เทคนิคการใช้ AI การนำปัญญาประดิษฐ์มาช่วยในการสร้างไอเดียคอนเทนต์ การออกแบบภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ
รวมไปถึง แอปพลิเคชันออกแบบ การใช้ Canva เพื่อทำจดหมายข่าวแบบ One Page ที่สรุปข้อมูลได้จบในหน้าเดียว การตัดต่อวิดีโอ ใช้ CapCut เพื่อสร้างคลิปสั้นลง TikTok และ Facebook เทคโนโลยี AI แนะนำการใช้ Gemini และ ChatGPT ในการช่วยคิดแคปชั่นและย่อเนื้อหาให้กระชับ รวมถึง NotebookLM เพื่อการจัดการความรู้ในชุมชน


























