สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนทั่วประเทศ เปิดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อปฏิรูปยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนงานปี 2570 ภายใต้แนวคิด 4R (Reflection, Review, Rethink, Redesign) มุ่งยกระดับสภาองค์กรชุมชนให้เป็น “พื้นที่กลางของประชาชน” อย่างแท้จริง ผ่านการบูรณาการ “คน-แผน-ข้อมูล-ภาคี” เพื่อเป้าหมายใหญ่ในการสร้าง “ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งเต็มพื้นที่ประเทศไทย” และผลักดันสู่ “จังหวัดจัดการตนเอง” โดยเน้นการปรับระบบคิดใหม่ ใช้ฐานข้อมูลที่แม่นยำเชื่อมโยงนโยบายจากฐานรากสู่การปฏิบัติระดับประเทศ พร้อมสร้างพลังการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนเพื่อความยั่งยืนของสังคมไทย
พระนครศรีอยุธยา/ 26 เมษายน 2569 – สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการภายใต้หัวข้อ “ออกแบบทิศทางการขับเคลื่อนงานสภาองค์กรชุมชน ปี 2570” ระหว่างวันที่ 26–27 เมษายน 2569 เพื่อระดมสมองผู้นำและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศร่วมกันวิเคราะห์ “จุดแข็ง-จุดอ่อน” และแสวงหา “โอกาสใหม่” ในการกำหนดอนาคตของชุมชนไทย โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตติ มงคลชัยอรัญญา ที่ปรึกษาคณะกรรมการสถาบัน ศาสตราจารย์ ดร.บรรเจิด สิงคะเนติ ประธานอนุกรรมการสนับสนุนสภาองค์กรชุมชน และ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการ เครือข่ายสภาองค์กรชุมชน และภาคประชาสังคม ผู้แทนจากภาคส่วนต่าง ๆ เข้าร่วมกว่า 45 คน ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
4R นวัตกรรมกระบวนการสู่แผนปฏิบัติการที่กินได้จริง
เพื่อให้แผนการขับเคลื่อนปี 2570 มีความแหลมคมและสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ที่ประชุมได้นำกรอบแนวคิดยุทธศาสตร์ 4R มาเป็นเครื่องมือในการดำเนินงาน คือ 1. Reflection (สะท้อน) การมองย้อนกลับไปยังผลลัพธ์ที่ผ่านมา เพื่อทำความเข้าใจสภาพปัญหาและความสำเร็จในพื้นที่อย่างถ่องแท้ 2. Review (ทบทวน) การจัดลำดับความสำคัญของภารกิจ โดยคัดเลือกประเด็นที่ส่งผลกระทบสูงต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน 3. Rethink (คิดใหม่) การวิเคราะห์บริบทใหม่ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล สังคมสูงวัย หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อปรับมุมมองการพัฒนาให้ทันสมัย 4. Redesign (ออกแบบใหม่) การจัดทำร่างแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงทุกมิติเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมในทุกระดับ
ยกระดับ “พื้นที่กลาง” สู่กลไกผลักดันนโยบาย
ในเวทีได้ร่วมกันถอดรหัสความสำคัญของสภาองค์กรชุมชนว่า จะต้องทำหน้าที่เป็น “พื้นที่กลางของประชาชน” คือการเป็นศูนย์รวมของความเดือดร้อน ความต้องการ และข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน เพื่อนำมาสังเคราะห์เป็นแผนพัฒนาตำบลที่ทรงพลังและสามารถผลักดันสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายระดับจังหวัดและระดับประเทศได้อย่างเป็นระบบ
หัวใจสำคัญที่จะทำให้สภาองค์กรชุมชนกลายเป็นกลไกที่รัฐและสังคมยอมรับ คือ “ความแม่นยำของข้อมูล” การพัฒนาฐานข้อมูลระดับตำบลให้เป็นปัจจุบันและมีชีวิต จะเป็นอาวุธสำคัญในการเจรจาต่อรองและออกแบบการพัฒนาพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่น
ปรับระบบคิดใหม่ บูรณาการ ไม่แยกส่วน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. กล่าวว่า เราต้องเห็นเป้าหมายเดียวกัน และเชื่อมพลังคน แผน ข้อมูล และภาคี เพื่อให้ชุมชนจัดการตนเองได้จริง การทำงานในยุคถัดไปจะต่างคนต่างทำไม่ได้อีกแล้ว ต้องเป็นการบูรณาการร่วมกัน โดยมีพื้นที่เป็นตัวตั้งและใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้เต็มศักยภาพ การขับเคลื่อนในระยะต่อไปจะเน้นที่การพัฒนาศักยภาพของ “ผู้นำรุ่นใหม่” และการสื่อสารสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการรับรู้ให้สังคมในวงกว้างเข้าใจถึงบทบาทของสภาองค์กรชุมชนในฐานะโครงสร้างทางสังคมที่เข้มแข็ง
เป้าหมายสูงสุด จังหวัดจัดการตนเอง
ทิศทางใหม่ในปี 2570 มุ่งเป้าไปที่ 4 ด้านหลัก การยกระดับกลไกระดับตำบล เสริมศักยภาพให้สภาฯ สามารถรวบรวมปัญหาและจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่ได้ด้วยตนเอง การเชื่อมโยงภาคีแบบพหุภาคี ผนึกพลังระหว่างสภาองค์กรชุมชน ภาครัฐ ท้องถิ่น และภาคประชาสังคม ให้ทำงานสอดประสานกัน การขับเคลื่อนนโยบายฐานราก: ผลักดันให้เสียงของชุมชนไปถึงระดับตัดสินใจ เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างถาวร การจัดการความรู้และสื่อสาร: สร้างฐานข้อมูลและช่องทางสื่อสารที่ทำให้ชุมชนมีตัวตนและมีพลังในสังคม
ผลสรุปจากการสัมมนาในครั้งนี้ จะถูกนำไปพัฒนาเป็น “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสภาองค์กรชุมชนแห่งชาติ ปี 2570” เพื่อเป็นเข็มทิศในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนทั่วประเทศไทย มุ่งสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการเห็นชุมชนไทยสามารถกำหนดอนาคตและจัดการตนเองได้
#พอช #สภาองค์กรชุมชน #ยุทธศาสตร์2570 #ชุมชนเข้มแข็ง #4R #จังหวัดจัดการตนเอง #พัฒนาที่อยู่อาศัย #สวัสดิการชุมชน



















