พอช. จัดอบรม “การเขียนโครงการด้วย AI” ดึงเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง ChatGPT, Gemini และ Claude มาใช้ หวังเป็นพี่เลี้ยงดันชุมชนเขียนโครงการหาทุนเองได้ ชูแนวคิด AI คือเครื่องมือ แต่มนุษย์คือหัวใจสำคัญในการพัฒนา ให้เจ้าหน้าที่เป็นสมาร์ทเทรนเนอร์ถ่ายทอดสู่ชุมชน ย้ำเตือนการใช้ข้อมูลอย่างระมัดระวัง ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัว
กรุงเทพฯ/2 เมษายน 69 –สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. โดยสำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร ร่วมกับสำนักทรัพยากรบุคคล และสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้จัดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การเขียนโครงการด้วย AI สำหรับงานพัฒนาชุมชน” โดยมี นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ นักวิชาการสถาบันส่งเสริมภาคประชาสังคม ผู้เชี่ยวชาญด้านงานพัฒนาชุมชน มาถ่ายทอดทักษะการใช้เครื่องมือ AI ระดับโลกที่จำเป็นต่อการทำงาน อาทิ NotebookLM, Perplexity Pro, ChatGPT, Claude และ Gemini Pro มีเจ้าหน้าที่ พอช. และหน่วยงานภาคี เข้าร่วมกว่า 50 คน ณ ห้องประชุมไพบูลย์วัฒนศิริธรรม พอช.บางกะปิ กรุงเทพฯ
ท่ามกลางบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์(Artificial Intelligence ) ได้เข้ามามีบทบาทพลิกโฉมการทำงานในทุกแวดวง ไม่เว้นแม้งาน “พัฒนาชุมชน” ซึ่งถือเป็นงานสารพัดหน้าและต้องอาศัยศาสตร์และศิลป์ในการเชื่อมโยงผู้คนเพื่อมุ่งสู่การพึ่งพาตนเอง พอช. จึงได้ขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุก ยกระดับการทำงานด้วยนวัตกรรมดิจิทัล จัดการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ การเขียนโครงการด้วย AI สำหรับงานพัฒนาชุมชน” เพื่อนำมาอุดช่องโหว่และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของของขบวนองค์กรชุมชน
ผศ.จิตติ มงคลชัยอรัญญา ที่ปรึกษา พอช.
ผศ.จิตติ มงคลชัยอรัญญา ที่ปรึกษา พอช. กล่าวว่า หน้าที่หลักของ พอช. คือการสนับสนุนให้องค์กรชุมชนมีความเข้มแข็งและยืนหยัดได้ด้วยตนเอง พอช. ไม่ใช่เพียงแหล่งทุน แต่เราต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ทำอย่างไรชุมชนจึงจะสามารถหางบประมาณจากแหล่งทุนอื่นๆ ได้ด้วยตัวเอง การนำ AI มาช่วยวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลชุมชนเพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย จะเกิดประโยชน์อย่างมหาศาล เพราะจะช่วยยกระดับมาตรฐานข้อเสนอ ลดดุลยพินิจส่วนบุคคล ทำให้ชุมชนสามารถดึงทรัพยากรมาพัฒนาพื้นที่ได้อย่างตรงจุด
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ พอช.
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึง การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เป็นกลไกหลักในการทำงาน ถือเป็นนโยบายสำคัญที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการ พอช. และ นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการ พอช. เนื่องจาก AI คือเครื่องมือแห่งอนาคตที่จะช่วยต่อยอดการทำงานให้ชุมชนเชื่อมต่อกับหน่วยงานภายนอกที่พร้อมสนับสนุนทรัพยากรได้รวดเร็วขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ พอช. ต้องทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยงอัจฉริยะ” ที่เรียนรู้และเข้าใจเทคโนโลยีก่อน เพื่อนำไปถ่ายทอดให้ชุมชนสามารถเขียนโครงการได้ด้วยตนเอง
นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์
นางสาวบุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ วิทยากรในการอบรม กล่าวว่า AI เป็นเสมือน “กี่ทอผ้า” ที่รอรับ “เส้นด้าย” ซึ่งก็คือข้อมูลดิบหรือข้อเท็จจริงจากพื้นที่ เพื่อนำมาทอเป็นโครงการที่สมบูรณ์แบบ ทั้งนี้ การจะใช้ AI ให้สามารถออกแบบกิจกรรม ตัวชี้วัด และคาดการณ์ความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ ต้องอาศัยการป้อนคำสั่ง หรือที่เรียกกันติดปากว่า Prompt ที่ชาญฉลาด ควบคู่ไปกับการยึดกฎเหล็ก 3 ข้อ ในการทำงาน ได้แก่ Fact-Check Everything คุณคือบรรณาธิการ ห้ามเชื่อข้อมูลจาก AI 100% ให้ใช้เทคโนโลยีเป็นเพียงผู้ช่วยร่างงาน โดยการตัดสินใจและตรวจสอบข้อเท็จจริงขั้นสุดท้ายต้องมาจากมนุษย์เสมอ Protect Privacy รักษาความลับอย่างเคร่งครัด ห้ามป้อนข้อมูลความลับขององค์กร รหัสผ่าน หรือข้อมูลส่วนบุคคลของชาวบ้านตามหลัก PDPA ลงในระบบแชทของ AI โดยเด็ดขาด Human-In-The-Loop มนุษย์คือศูนย์กลาง ใช้ AI เพื่อลดทอนการทำงานที่ซ้ำซาก เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีเวลาลงพื้นที่ ทำงานเชิงกลยุทธ์ และใช้ความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
หัวใจสำคัญของงานพัฒนาชุมชนว่า แม้ AI จะสามารถประมวลผลได้อย่างรวดเร็วเพียงใด แต่สิ่งที่ AI ไม่มีทางทดแทนได้คือ “ความใส่ใจ“ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และอาวุธที่ทรงพลังที่สุดของมนุษย์ ในการลงพื้นที่สัมผัสปัญหาและสร้างความเปลี่ยนแปลงร่วมกับชุมชนอย่างแท้จริง นางสาวบุษยรัตน์กล่าว





















