นักศึกษา วปอ. รุ่น 68 ลงพื้นที่ปทุมธานี สานต่อโครงการ The Ten ปีที่ 3 เน้น “ให้ปัญญา มากกว่าให้ของ” ชูโมเดลความร่วมมือรัฐ-เอกชน-การศึกษา ยกระดับโรงเพาะเห็ดชุมชนด้วยเทคโนโลยี Smart Farm พร้อมดึงพันธมิตรธุรกิจ ปอ ปั้น สยาม – พันธุ์ไทย ขยายช่องทางจำหน่าย สร้างความยั่งยืนให้ชุมชน
ปทุมธานี/1กุมภาพันธ์69) – คณะนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 68 (หมู่กวาง) นำโดย พล.ต. กฤตพันธุ์ รักใคร่ อาจารย์ที่ปรึกษาหมู่กวาง พร้อมคณะนักศึกษากว่า 40 คน ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของ “ปทุมธานีโมเดล” เพื่อศึกษาและต่อยอดแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีรายได้น้อยอย่างครบวงจร โดยมี นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. และสมาชิกโครงการบ้านมั่นคงปทุมธานีโมเดล จำกัด ให้การต้อนรับ ณ โครงการบ้านมั่นคงปทุมธานีโมเดล อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
พล.ต. กฤตพันธุ์ รักใคร่ อาจารย์ที่ปรึกษาหมู่กวาง
พล.ต. กฤตพันธุ์ รักใคร่ อาจารย์ที่ปรึกษาหมู่กวาง กล่าวว่า โครงการ “The Ten” ในปีนี้ก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 โดยมีหัวใจสำคัญคือการลงพื้นที่เพื่อสัมผัสข้อเท็จจริงและสร้างความเข้มแข็งให้สินค้าเกษตร โดยไม่ได้มุ่งเน้นการนำสิ่งของมามอบให้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำ “องค์ความรู้ (Know-how)” มามอบให้ เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือให้คนในพื้นที่ต่อยอดความสำเร็จได้ด้วยตนเอง
“ความยั่งยืนของโครงการและการบูรณาการความร่วมมือคือผลลัพธ์ที่เรามุ่งหวัง ครั้งนี้เราได้รับความร่วมมือจากทั้งท้องถิ่น ตำรวจ และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นที่แข็งแกร่งให้ชุมชน” พล.ต. กฤตพันธุ์กล่าว
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 66
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน นักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 66 กล่าวว่า ปทุมธานีโมเดลไม่ใช่แค่การสร้างอาคารพักอาศัย แต่คือการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ เปลี่ยนพื้นที่อาศัยริมคลองที่เคยไม่มั่นคงและรุกล้ำลำคลอง ให้กลายเป็นบ้านมั่นคงที่ถูกต้องตามกฎหมาย พัฒนาผังชุมชนให้มีสุขลักษณะ เข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างทั่วถึง เป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความมั่นคงในระดับฐานราก นอกจากมิติการมีบ้านแล้ว การสร้าง “รายได้” คือหัวใจสำคัญของการพึ่งพาตนเองได้อย่างถาวร
“เราไม่ได้เพียงแค่สร้างบ้าน เราสร้างอาชีพด้วย… หากเราช่วยกันเติมองค์ความรู้เรื่องการแปรรูปและการจัดการการตลาด จะช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้ที่มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” — ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ รองผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กล่าวถึง ทิศทางการพัฒนาชุมชนผู้มีรายได้น้อยในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของการย้ายถิ่นฐานชุมชนริมคลอง โดยเน้นย้ำว่าภารกิจถัดไปคือการเปลี่ยนผ่านจากความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย สู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินและสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว เพื่อตอบโจทย์การสร้างอาชีพที่ยั่งยืน สถาบันฯ ได้ผลักดัน “โครงการเรือนเพาะเห็ด” เป็นโมเดลนำร่อง โดยปรับปรุงพื้นที่รกร้างเดิมอย่างเล้าไก่ ให้กลายเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดสมัยใหม่ที่มีจุดเด่นสำคัญคือ นวัตกรรม Smart Farm นำเทคโนโลยีควบคุมความชื้นอัตโนมัติมาใช้ เพื่อควบคุมสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ด เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ เทคโนโลยีช่วยทุ่นแรง ลดภาระการดูแลรักษา ทำให้ผู้สูงอายุในชุมชนสามารถดูแลผลผลิตได้โดยไม่กระทบต่อสุขภาพ
ในส่วนของการสร้างรายได้ โครงการฯได้สร้าง เครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ (Matching) ไว้รองรับผลผลิตอย่างชัดเจน ตั้งแต่การส่งวัตถุดิบให้แบรนด์ปอปั้นสยามเพื่อจำหน่ายในร้าน Amazon การพัฒนาเห็ดอบแห้งร่วมกับร้านพันธุ์ไทย ไปจนถึงการเปิดตลาดสดในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมีแผนขยายผลร่วมกับภาคเอกชนผ่านมาตรการ CSR ของ BOI ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีโจทย์สำคัญคือการบริหารจัดการ พื้นที่ว่างอีก 13 ไร่ รวมถึงพื้นที่ใต้แนวสายไฟแรงสูง ซึ่งต้องประสานงานปลดล็อกข้อกฎหมายที่ดินราชพัสดุเพื่อให้ชุมชนสามารถใช้ประโยชน์ในการทำกินและจัดกิจกรรมได้อย่างเต็มศักยภาพ


















