3 ภาคีหลัก พอช.-กรมชลฯ-ADB. วางแนวทางแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยและอุทกภัยลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง ชวนเครือข่ายคลองพระองค์เจ้าฯ ถอดบทเรียน “บ้านมั่นคง” ที่ชุมชน กสบ.พัฒนาย้ำ บ้านมั่นคง คือเครื่องมือสร้าง อำนาจต่อรอง ให้ชุมชน เน้น การออมทรัพย์ และ การแปรรูปวัสดุเหลือใช้ พร้อมเปิดฐานเรียนรู้เปลี่ยน ผักตบชวา สู่รายได้ยั่งยืน เป็นก้าวสำคัญสู่ความมั่นคงทางรายได้ เป้าหมายสร้างชีวิตที่ดีให้ลูกหลาน
กรุงเทพฯ/ 5 ตุลาคม 2568– สถาบันพัฒฯองค์กรชุมชน(องค์การมหาชน) หรือ พอช. จัด สัมมนาเครือข่ายคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต แลกเปลี่ยนบทเรียนจากโครงการ “บ้านมั่นคง” และการพัฒนาอาชีพชุมชนริมคลองลาดพร้าว โดยมีผู้เข้าร่วมจากเครือข่ายชุมชนริมคลองจากลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จำนวนกว่า 60 คน ณ ชุมชน กสบ.พัฒนา เขตสายไหม กรุงเทพฯ
‘บ้านมั่นคง‘ คือเครื่องมือสร้างชีวิต-อำนาจต่อรอง
สุธิดา บัวสุขเกษม ผช.ผอ.สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัยเมืองและชนบท พอช.ได้กล่าวว่า แนวคิดหลักของบ้านมั่นคงคือการสร้าง ชีวิตที่ดีและความมั่นคงในที่อยู่อาศัยอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ ชุมชนเป็นแกนหลักในการพัฒนาตนเอง ผ่านการรวมกลุ่มออมทรัพย์ การออกแบบร่วมกัน และการสร้างกลไกการพัฒนาของตนเอง หัวใจสำคัญคือการทำให้บ้านหนึ่งหลังมีความมั่นคงและอยู่ได้ถึงรุ่นลูกหลาน และโครงการบ้านมั่นคงเป็นเครื่องมือในการ ปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง และ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่มากกว่าแค่บ้าน และการสร้างระบบชุมชนที่เข้มแข็ง จะนำไปสู่การ สร้างอำนาจต่อรอง กับหน่วยงานภาคีส่วนอื่น ๆ
กรมชลฯ-ADB. แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยลุ่มน้ำเจ้าพระยา
จิตพล รอดพลอย ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน กรมชลประทานกล่าวถึง แผนบรรเทาอุทกภัยลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง และการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ โดยย้ำความพร้อมที่จะสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัยและการสร้างอาชีพตามความต้องการของชุมชน แต่สิ่งสำคัญคือความต้องการของชุมชน เพื่อที่จะได้สามารถสนับสนุนได้ตรงตามความต้องการ และสอดคล้องกับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งมีการทำงานเชื่อมกับ พอช. อย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานพร้อมที่จะเข้าไปดูแลในส่วนที่ยังบกพร่องจากการช่วยเหลือ การพัฒนาในพื้นที่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิตจะเป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบในการพัฒนาแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการของกรมชลประทาน ภายใต้โครงการบ้านมั่นคง
Mr. Geoffrey Wilson, Senior Water Resources Specialist ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB.) กล่าวว่า ความพร้อมที่จะเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของชุมชนในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานร่วมกับ พอช. ปัจจุบันทางธนาคารฯ ได้ ทำงานร่วมกับกรมชลประทาน ในการแก้ไขปัญหาของชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาอยู่แล้ว ซึ่งโครงการนี้ยังอยู่ใน ระยะเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม หากโครงการดังกล่าวสามารถเดินหน้าต่อไปได้ ADB. ก็พร้อมที่จะ ผนึกกำลังกับ พอช. ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยให้กับชุมชนลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเต็มรูปแบบ สิ่งที่สร้างความประทับใจอย่างยิ่งให้กับผู้แทนจาก ADB. คือ การมีส่วนร่วมและความสามัคคี ของชุมชน ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองให้ดีขึ้น
จันทิมา ลังประเสริฐ ผู้แทนเครือข่ายภาคกรุงเทพปริมณฑลและตะวันออก และคณะทำงานลุ่มน้ำฯ กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของ “พลังเครือข่าย” ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตของชุมชน การรวมตัวกันของพี่น้องทำให้เกิด การสนับสนุนและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนสามารถขยายไปเป็นเครือข่ายที่อยู่อาศัยในระดับจังหวัดและระดับภาคได้สำเร็จ เราไม่สามารถทำงานได้คนเดีย คนที่สามารถเป็นที่ปรึกษาเป็นพี่เลี้ยงให้กับเราได้คือ คนที่มีประสบการณ์ผ่านการทำงานมาแล้ว การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของชุมชนที่ทำสำเร็จมาก่อน จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนงาน เครือข่ายต้องให้ความสำคัญกับการ สร้างความเข้าใจ ในกระบวนการทำงานร่วมกัน และมีบทบาทในการ ผลักดันนโยบาย ในประเด็นที่มีความต้องการแก้ไขไปยังหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการตอบสนองและสนับสนุนการทำงานของชุมชนอย่างแท้จริง
ฐิตพล น้อยจาด ผู้แทนเครือข่ายพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมคูคลองกล่าวถึง แนวคิดในการทำงานร่วมกับชุมชนต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจที่ถูกต้อง เราไม่ได้เป็นคนให้ความรู้กับพี่น้อง แต่จริงๆ แล้วพี่น้องต้อง นำความรู้มาแลกเปลี่ยนกับเรา เพราะแต่ละพื้นที่มีปัญหาแตกต่างกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงหลักการทำงานที่เชื่อในศักยภาพของชุมชนและเคารพความหลากหลายของปัญหาในแต่ละพื้นที่ อยากเมืองไทยเป็นเมืองที่มีการพัฒนา ทุกคนต้องมีความ เท่าเทียมกัน การอยู่อาศัยจำเป็นที่ทุกคนต้องได้รับการดูแลจากรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ว่าจะทำให้คนจนมีรายได้เพิ่มขึ้น มีอาชีพ คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
บทเรียนสำคัญจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองลาดพร้าว
ประเด็นเชิงโครงสร้างและความท้าทาย ในการทำงานกับชุมชนริมน้ำ โดยเฉพาะในโครงการ “บ้านมั่นคง”
ทำอย่างไรให้อยู่ต่อ หัวใจคือความเข้าใจและศักดิ์ศรี ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ คนในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการย้ายออกไปอยู่ที่อื่น เนื่องจากต้องการอยู่ในพื้นที่เดิมที่ใกล้บ้านเดิมและใกล้ที่ทำงาน (เดิม) การแก้ไขปัญหาจึงต้องมุ่งเน้นที่การให้ สิทธิอยู่อาศัยในที่ดินเดิม ภายใต้เงื่อนไขที่ตกลงร่วมกัน บทบาทของแกนนำ แกนนำเครือข่ายมีหน้าที่สำคัญในการ สร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่น ให้กับสมาชิกชุมชน โดยเฉพาะกับผู้ที่ไม่เข้าร่วมโครงการ สร้างการมีส่วนร่วม ต้องทำให้คนเห็น ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลง ที่ดีขึ้น และสร้าง การมีส่วนร่วม ในการจัดพื้นที่สังคมและการอยู่ร่วมกัน การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้เมื่อ คนในชุมชนลุกขึ้นมาทำเอง เพื่อปรับเปลี่ยนรูปแบบการอยู่อาศัยให้ดีขึ้น โดยมี หน่วยงานภาครัฐ ทำหน้าที่เพียงผู้สนับสนุน
การจัดการกรรมสิทธิ ไม่ใช่การซื้อ-ขายแบบจัดสรร ในประเด็นเรื่องกรรมสิทธิ์และสิทธิในการอยู่อาศัย โครงการบ้านมั่นคงได้สร้างกลไกที่แตกต่างจากตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป เพื่อคุ้มครองกลุ่มผู้มีรายได้น้อยโดยเฉพาะ กรรมสิทธิ์เป็นของสหกรณ์ สิทธิในการอยู่อาศัยและการถือครองบ้านจะไม่ใช่การซื้อขายขาดแบบหมู่บ้านจัดสรร แต่เมื่อต้องการยุติการถือครองหรือย้ายออก จะต้อง ขายคืนให้แก่สหกรณ์ รองรับความขยายตัว กลไกนี้มีไว้เพื่อรองรับ ครอบครัวขยาย/สิทธิ์ขยาย ในอนาคต โดยผู้ที่จะได้รับประโยชน์หรือสิทธิ์ขยาย จะต้องเป็นสมาชิกที่ ผ่านการรับรองสิทธิ์ มาแล้วจากสหกรณ์หรือองค์กรชุมชน เป้าหมายชัดเจน ผู้รับประโยชน์จากโครงการคือ ผู้มีรายได้น้อยที่มีความไม่มั่นคงทางที่อยู่อาศัย เท่านั้น
ชุมชนเป็นเจ้าของ ออกแบบตามใจชุมชน รูปแบบบ้านและการจัดสรรพื้นที่ไม่ได้ถูกกำหนดจากหน่วยงานภายนอก แต่สมาชิกในชุมชนจะ ออกแบบร่วมกัน ภายใต้ข้อจำกัดของพื้นที่ จำนวนสมาชิกที่มี ขนาดครอบครัว และรายได้ของตนเอง การสร้างทุนจากฐานราก แม้จะมีรัฐสนับสนุน แต่หลักการสำคัญคือการให้ชุมชน เริ่มออมทรัพย์/ทดลองออม เพื่อสร้างทุนและแสดงความพร้อมในการเป็นเจ้าของโครงการร่วมกัน
การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว ชุมชน กสบ.พัฒนา ซึ่งเป็นตัวอย่างความสำเร็จของโครงการบ้านมั่นคง โดยคณะกรรมการชุมชนและเครือข่ายฯ ได้นำชมกระบวนการพัฒนาที่อยู่อาศัย การจัดการชุมชน และการสร้างพื้นที่กลาง พื้นที่สีเขียว สร้างอาชีพ รายได้ ครัวเรือน สภาพแวดล้อม ความเป็นอยู่ในชุมชน รูปแบบบ้าน สวนผักชุมชน การพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิต
นอกจากนี้ยังได้มีการจัด เวทีอบรมจุดประกายแนวคิดลดรายจ่ายสร้างรายได้สู่ชุมชนริมคลอง ได้จัดฐานเรียนรู้แบบแบ่งกลุ่มเวียนฐาน เพื่อถ่ายทอดความรู้เชิงปฏิบัติการ ได้แก่ การ แปรรูปผลิตภัณฑ์จาก “ผักตบชวา” และ “วัสดุเหลือใช้” โดยคณะวิทยากรจาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรีการส่งเสริม “สวนผักคนเมือง และการแปรรูปสินค้า” โดย เครือข่ายเครือข่ายคพสค. เขตสายไหม การส่งเสริมอาชีพเกษตรกร โดย กรมชลประทานการพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวข้องจากกรมชลประทาน มีเป้าหมายเพื่อ ติดอาวุธความรู้ด้านอาชีพ ให้กับสมาชิกชุมชน สามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อสร้างรายได้เสริมและลดรายจ่ายในครัวเรือนได้อย่างเป็นรูปธรรม


















