กรุงเทพฯ/วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2568 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. ร่วมกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) จัดเวทีสัมมนาเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ “สิทธิการเข้าถึงระบบสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของชุมชนในการขับเคลื่อนการบริการสาธารณสุขวิถีใหม่” โดยมีเครือข่ายบ้านมั่นคงกรุงเทพฯ เข้าร่วมกว่า 80 คน ห้องประชุมไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร
มีวัตถุประสงค์คือ การทำความเข้าใจการมีส่วนร่วมของชุมชน เรื่องการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ/บริการในพื้นที่ พร้อมพัฒนาศักยภาพให้ชุมชนมีทักษะ มีส่วนร่วม ดูแลคนในชุมชนได้อย่างเข้มแข็ง เกิดเครือข่าย/กลไกสุขภาพ ภาคประชาชนร่วมกับภาคีท้องถิ่น สร้างพื้นที่รูปธรรมนำร่อง และองค์ความรู้การเข้าถึงสิทธิด้านสุขภาพให้กับประชาชน
นายสยาม นนท์คำจันทร์
นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ พอช. กล่าวถึง ความสำคัญของการมีส่วนร่วมของชุมชนในการเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ โดยเน้นย้ำการพัฒนาศักยภาพให้ชุมชนสามารถสร้างเครือข่ายด้านสุขภาพร่วมกับภาคท้องถิ่น เพื่อเป็นต้นแบบนำร่องในการเข้าถึงสิทธิสุขภาพของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นางชนาทิพย์ มารมย์
นางชนาทิพย์ มารมย์ ผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนเครือข่ายและคุ้มครองสิทธิ สปสช. ระบุว่า สปสช. มุ่งพัฒนาสิทธิประโยชน์ใหม่ ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ หนึ่งในแนวทางสำคัญ คือ “บัตรประชาชนใบเดียวรักษาทุกที่” ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้สะดวกขึ้น โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากภาครัฐและภาคประชาชน รวมถึงการเสริมสร้างกลไกชุมชนให้มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบสาธารณสุขในระดับท้องถิ่น
นางวรรณา แก้วชาติ
นางวรรณา แก้วชาติ ผู้ประสานงานโครงการมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย และตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค กล่าวว่า ปัญหาคนไทยไร้สิทธิ์ ซึ่ง สปสช. ร่วมมือกับ 9 หน่วยงานเพื่อแก้ไขปัญหา โดยปัจจุบันประชากรไทยกว่า 99.98% มีสิทธิ์ในบัตรทอง อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่อยู่ระหว่างการพิสูจน์สิทธิ์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกจำหน่ายออกจากทะเบียนราษฎร และกลุ่มที่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลาง โดย ครม. มีมติเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2567 ให้เร่งรัดแก้ปัญหาสถานะบุคคลเพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงสิทธิสุขภาพอย่างเสมอภาค
นางชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์
นางชาลีมาศ ตันสุเทพวีรวงศ์ ผู้แทน สปสช.เขต 13 กรุงเทพฯ เผยว่า กระทรวงสาธารณสุขเดินหน้านโยบาย “30 บาท รักษาทุกที่” ภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) โดยมุ่งขยายการเข้าถึงบริการสุขภาพขั้นพื้นฐาน และเพิ่มหน่วยบริการนวัตกรรม 7 ประเภท ได้แก่ คลินิกเวชกรรม ทันตกรรม กายภาพบำบัด พยาบาล เทคนิคการแพทย์ แพทย์แผนไทย และอีกหนึ่งประเภทที่อยู่ระหว่างพัฒนา พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับกองทุนหลักประกันสุขภาพ กทม. ซึ่งได้รับงบประมาณจาก สปสช. และ กทม. ในการสนับสนุนมาตรการสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการรักษาพยาบาลให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
แบ่งกลุ่มย่อยออกแบบ วางแผนจังหวะก้าวระยะต่อไป
การสัมมนาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและประชาชน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านสุขภาพของคนไทยให้มีความมั่นคงและเข้าถึงสิทธิทางการแพทย์อย่างเท่าเทียม
















