วันนี้ 22 ต.ค 67 /ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ และนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ นำทีม ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงาน พอช. เข้าพบ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมผู้บริหารของ วช. หารือแนวทางความร่วมมือในการสนับสนุนงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ได้ให้แนวคิดในการดำเนินงานว่า ถ้าจะให้ประเทศไทยเข้มแข็งต้องกลับไปที่ฐานราก เพราะยากที่รัฐบาลจะดูแลประชาชนได้เพียงลำพัง หากจะทำให้ประชาชนมีรายได้รัฐบาลต้องใช้เงินจำนวนมาก แต่สิ่งที่เราทำได้เลยทันที คือ การทำให้ประชาชนมีความรู้ มีงานทำ มีที่ดินทำกิน ออกดอกออกผลได้ เช่น การปลูกไม้มีค่า การทำธนาคารปูม้า การพัฒนาผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง กองทุนสวัสดิการชุมชน ฯลฯ ที่ผ่านมามีการทำงานกับ BOI เพื่อให้ภาคธุรกิจลงไปทำงานกับชุมชน และอยากนำความรู้ด้านวิจัยลงไปช่วยชุมชน ที่มีโจทย์ร่วมกับชุมชน ให้พี่น้องได้ประโยชน์อย่างแท้จริง คนที่ฐานรากเป็นภาระของรัฐบาล แต่พอช. มองว่า คนเหล่านี้สามารถเป็นพลังของประเทศได้ และพบอีกว่าถ้ามีผู้นำที่เข้มแข็งก็สามารถเปลี่ยนชุมชนได้ และสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ คือ การสร้างผู้นำของประเทศ มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศ ผู้นำหนึ่งคนดูแลหลายโครงการ และทำได้ดีหลายโครงการ จึงเป็นโจทย์ว่าทำอย่างไร และเราเชื่อว่า ฐานรากเป็นพลังได้ การมีพลังแบบนี้ วช. จะช่วยได้ เช่น การจัดการขยะที่ชุมชน จัดการตั้งแต่ต้นทางทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง วช. คิด วิจัย ส่วน พอช. จะนำการวิจัยไปใช้ประโยชน์ นำไปขยายผลในพื้นที่ชาวบ้าน รวมถึงวิจัยชุมชนเข้มแข็ง อยากให้มีเรื่องทำอย่างไรให้รู้ว่า ชุมชนเข้มแข็งเป็นอย่างไรอยากจับมือกับ วช. เพื่อสร้างภูมิความรู้ให้เป็นภูมิคุ้มกันของชุมชน วช.เป็นผู้ทำวิจัย พอช.เป็นผู้ชี้เป้าพื้นที่ ชี้เป้าโจทย์ของชาวบ้าน ชี้เป้าผู้นำ และนำผลวิจัยไปขยายผล อยากติดปีกให้กันและกัน เช่น นำองค์ความรู้ที่ วช. มี พอช. สามารถนำไปใช้ประโยชน์และขยายผลในพื้นที่ และอีกประการ คือ อยากให้ วช. ช่วยทำวิจัยเรื่องไม้มีค่าให้ เพราะชาวบ้านทราบแต่ว่าปลูก แต่มูลค่าคุณค่าของการปลูกต้นไม้คืออะไร หรือเรื่องการทำธนาคารปูม้า หรือการทำศูนย์เด็กเล็ก วัดผลอย่างจริงจังที่เปลี่ยนชีวิตเด็กได้อย่างไรบ้าง หรือการบริหารจัดการน้ำ เป็นเรื่องที่น่าสนใจถ้าทำได้จะเป็นประโยชน์มากจึงให้มีงานนำเสนอพลังขององค์กรชุมชน ตั้งใจอยากจัดปีละ 4 ครั้ง งานจัดครั้งแรกคืองาน วิถีพลังไท ในปี68ที่จะถึงนี้ ที่ผ่านมามีจัดงาน collective housing งานร่วมกับพลังภาคเอกชนโดยมีโครงการของ BOI มาช่วยชุมชน และงานร่วมกับภาครัฐ สถาบันวิชาการ และประชาสังคมที่นำเรื่องดี ๆ ประสบการณ์จากการทำงานมาแลกเปลี่ยนกัน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผอ.พอช. ได้กล่าวถึงภารกิจและบทบาทการทำงานของ พอช. เพิ่มเติมว่า พอช. มีแนวทางการสนับสนุนให้ชุมชนลุกขึ้นมาบริหารจัดการตนเองภายในชุมชนเองได้ และทุก ๆ ครั้ง ที่เกิดภัยพิบัติ หรือสถานการณ์ที่เดือดร้อน พี่น้องชุมชนสามารถอยู่ได้ และโอบอุ้มคนของชุมชนให้มีชีวิตอยู่ได้ รวมทั้งภัยน้ำท่วมที่กำลังเกิดขึ้น พี่น้องชุมชนสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยไม่ต้องรอหน่วยงานรัฐ นั่นพิสูจน์ให้เห็นว่า ชุมชนมีต้นทุนที่ดีอยู่จำนวนมาก ที่ผ่านมา พอช. ได้สนับสนุนให้พี่น้องชุมชนมีกองทุนสวัสดิการชุมชน ที่สร้างระบบสวัสดิการของตนเองตั้งแต่เกิดจนตาย การสร้างที่อยู่อาศัยทั้งในเมืองและชนบท การพัฒนาอาชีพ ภายใต้กลุ่มองค์กรชุมชนต่าง ๆ ที่มีสภาองค์กรชุมชนเป็นร่ม จึงคิดว่า รูปธรรมหลาย ๆ ด้านที่ พอช.ได้ดำเนินการ หากมีงานวิจัยหรือนวัตกรรมเข้ามารองรับและช่วยจะทำให้งาน และชุมชนมีความเข้มแข็งขึ้น
ในส่วนของ ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.วช. ได้ให้ข้อเสนอต่อแนวทางที่คิดว่าสามารถทำร่วมกันได้ใน 3 ประเด็น เป้าหมายของการทำงานเรื่องนี้ คือวช. การนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์ พอช. คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนเข้มแข็ง ชุมชนปลอดภัยพิบัติ วช. สนับสนุนงานวิจัย ชุมชนที่น่าเข้าสู่กระบวนการผู้นำเทคโนโลยีเข้าไป การนำเทคโนโลยีไปใช้ การสร้างผู้นำเข้มแข็ง ผลกระทบน้อยลง น้ำท่วมน้อยลง เทคโนโลยีได้ถูกนำไปใช้ มีการปรับปรุงให้ใช้ได้อยู่ตลอดเวลา ธนาคารขยะ กับงานของ พอช. ขอบเขตจะอยู่ที่ตรงไหนของชุมชนเข้มแข็ง จะเป็นเรื่องคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถ้าทำในพื้นที่บางจังหวัดสักหนึ่งจังหวัด แล้ววัดว่า ทำให้ขยะลดลง เพื่อคุณภาพชีวิตดีขึ้น
แนวทางความร่วมมือเป็น Flagship นำร่องร่วมกัน ดังนี้
1. การนำองค์ความรู้จากงานวิจัยที่ทำสำเร็จแล้ว ลงไปใช้ประโยชน์และขยายผลในพื้นที่ เช่น โครงการชุมชนปลอดภัยพิบัติ เป็นต้น
2. การใช้เครื่องมือวิจัย ไปใช้ในโครงการต่าง ๆ เช่น ศูนย์เด็กเล็ก กองทุนสวัสดิการชุมชน ภัยพิบัติ ป่าชุมชน การพัฒนาระบบเศรษฐกิจฐานราก การสร้างชุมชนเข้มแข็ง
โดยจะประกาศความร่วมมือในงานมหกรรมวิถีพลังไท ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2568
ทั้งนี้ด้านวช.จัดงานครบรอบ 65 ปี “บูรณาการความรู้ เชิดชูนักวิจัย สร้างอนาคตไทย ด้วยวิจัยและนวัตกรรม”ทางดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสถาบันฯ พร้อมคณะได้เยี่ยมชมนิทรรศการเปิดตัว “Whispers of Colour The Butterfly’s Secret รหัสนัยธรรมชาติ จากศาสตร์และศิลป์“ที่จัดขึ้นในวันครบรอบ 65 ปีในครั้งนี้และศูนย์ต้นแบบไม้ดอกไม้ประดับ Carbon Neutrality ได้มีการจัดกิจกรรม การจัดสวนในขวดแก้ว และ กิจกรรม แบบจำลองพรรณไม้ลดฝุ่น (PM 2.5) เพื่อจำลองพรรณไม้ที่สามารถใช้ในการลดฝุ่นที่สังคมปัจจุบันกำลังเผชิญอยู่ โดยจะสามารถปรับลดปริมาณฝุ่นที่อยู่ในสภาพอากาศได้ดีขึ้น ในส่วนตลาด“ชิม ช็อป ชิล ตลาดนัดงานวิจัย”มีทั้งผลิตภัณฑ์สำหรับอุปโภคและบริโภค อาหารสด อาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ยาและสมุนไพร ผลิตภัณฑ์ด้านศิลปหัตถกรรม รวมทั้งสินค้าสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากงานระหว่างวันที่ 21 – 24 ตุลาคม 2567 ณ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ




















