นครนายก/ระหว่างวันที่ 7-8 กันยายน 2567 สำนักพัฒนาองค์ความรู้และสื่อสารองค์กร พอช. ร่วมกับ ศูนย์วิจัยเฉพาะด้านเศรษฐกิจสังคมสมานฉันท์เพื่อการพัฒนาสังคม (SOCIAL AND SOLIDARITY ECONOMY CENTER) วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีพัฒนาศักยภาพผู้ปฏิบัติงาน พอช. ฝึกปฏิบัติการ(work shop) ภายใต้โครงการส่งเสริมศักยภาพนักวิเคราะห์กรณีศึกษา (CASE CENTER) ให้การอบรมโดย ดร.ศิญาณี หิรัญสาลี และคณะ มีผู้เข้าร่วมกว่า 30 คน ณ อิงธาร รีสอร์ท จ.นครนายก
โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ 1. ส่งเสริมและสร้างความเข้าใจของผู้เข้าร่วมอบรมในหลักการและวิธีการของการวิเคราะห์กรณีศึกษา 2. พัฒนาทักษะของผู้เข้าร่วมในการคัดเลือก วิเคราะห์กรณีศึกษาที่น่าสนใจ มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้จริง 3. ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์กรณีศึกษาและทบทวนกรณีศึกษาที่ พอช. ดำเนินการส่งเสริมชุมชนอยู่ 4. เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมกับการสร้างนักวิเคราะห์กรณีศึกษา
นางสาวจันทนา เบญจทรัพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนกล่าวเปิดการจัดกิจกรรมในครั้งนี้รู้สึกยินดีอย่างยิ่งเพราะทางพอช.มีรูปธรรมความสำเร็จมาก แต่ไม่ได้ถูกสื่อสารจึงเป็นที่มาของโครงการ Case Center นี้เป็นครั้งแรกที่ได้ทดลองในการนำเคสตัวอย่างเพื่อนำมาต่อยอดการเขียนในอนาคต ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอบรมในครั้งนี้จะช่วยให้เข้าใจเนื้อหา ข้อมูล และนำมาประยุกต์ใช้ในงานอื่นต่อไปได้อย่างดีเยี่ยมเป็นประโยชน์ให้กับชุมชนหรือผู้ที่สนใจต้องการนำความรู้และข้อมูลไปใช้อนาคตได้อีกด้วย
ดร.ศิญาณี หิรัญสาลี กล่าวว่า คำว่า Case Center Thailand คือแพลตฟอร์มที่มุ่งเน้นการรวบรวมองค์ความรู้ ที่มาจากการถอดบทเรียนเกี่ยวกับการพัฒนา ชุมชนด้านต่าง ๆ ผ่านการเล่าเรื่องหลากหลายทั้งบทความวิชาการและวรรณกรรมเพื่อสร้างการ เรียนรู้ และมีระบบการแบ่งปันผลกําไรอย่างเป็น ธรรมให้แก่ ผู้ถอดบทเรียน (Case Writer) และ เจ้าของบทเรียน (Case Owner) สร้างวัฒนธรรม แห่งการให้คุณค่าแก่ประสบการณ์จริงที่ถูก รวบรวมไว้ในบทเรียน เพื่อซื้อเคสเพื่อนำมาสอนหนังสือ โดยประโยชน์ที่ได้จากผู้นำวิชาการไปใช้จะมาต่อยอดการเรียนหรืองานวิชาการได้
กระบวนการต่อมาเป็นการฝึกปฏิบัติการสร้างสรรค์งานวิเคราะห์กรณีศึกษา มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แนะนำการเตรียมข้อมูลก่อนลงพื้นที่ วิธีการพูดคุยกับทางพื้นที่ จับประเด็นสื่อสารออกมาให้เห็นชัด การวิเคราะห์เนื้อหาข้อมูลที่มีเพื่อนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับเนื้อเรื่องที่ดำเนินการ ฝึกการวิเคราะห์เล่าเรื่องโดยมียกตัวอย่างและแบ่งกลุ่มย่อยแยกประเด็นตามเนื้อหา แบ่งเป็นการเล่าเรื่องแบบบรรยายจัดลำดับการเล่าเรื่องให้ถูกต้อง น่าสนใจ ใช้ภาษาที่สละสลวย ให้ผู้ที่อ่านคล้อยอารมณ์ตามเนื้อหาและแบ่งตามทฤษฎีการวิเคราะห์ข้อมูล สุดท้ายจะเป็นในส่วนบทเรียนและแนวโน้มที่จะปฏิบัติในอนาคต
ถือว่าการเข้าร่วมกระบวนการ 2 วันนี้ สนุกสนาน ได้แลกเปลี่ยน ได้ฝึกฝนจริง ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาการถอดบทเรียนพื้นที่รูปธรรมของ พอช. จะเน้นการเขียนเชิงพรรณาและการมีซึ่งข้อมูลในเบื้องต้นทั้งข้อมูลบริบทชุมชน ปัญหาที่ชุมชนเจอที่นำไปสู่การรวมตัวเพื่อแก้ไข กระบวนการ วิธีการ ปัจจัยความสำเร็จ และแนวทางหรือทิศทางในอนาคต แต่ยังขาดการเชื่อมโยงแนวคิด ทฤษฎี ตลอดจนข้อเสนอแนะต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากอบรมในครั้งนี้ถือว่าได้เปิดโลกแห่งการสะสางข้อมูล สะกิดความคิด การวาง time line เส้นเรื่อง โดยเฉพาะการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายที่มาอ่านงานเขียนนั้นของเรา ว่าเราต้องการเขียนงานให้ใครอ่าน ฝึกความเป็นบรรณาธิการ สามารถยกระดับเพิ่มมูลค่าให้กับงานเขียนพื้นที่รูปธรรมให้เป็นงานเขียนที่มีคุณค่า
นอกจากกระบวนการทั้งหมดนี้จะเป็นการสร้างความรู้ในมิติใหม่จากการเขียนบทความหรือข่าว ก็ยังต่อยอดนำความรู้สามารถมองเห็นแนวทางใหม่ๆ ในการพัฒนาและต่อยอดงานพัฒนาชุมชน เพิ่มมูลค่าให้กับการดำเนินงานด้านการพัฒนาชุมชน ในรูปแบบของการส่งต่อเนื้อหาที่มีประโยชน์ นำไปใช้เป็นบทความให้กับผู้ปฏิบัติงานหรือเจ้าของเรื่องที่ต้องการนำเสนอ ทางพอช.พร้อมพลักดันในโครงการนี้ต่อการเป็นนักวิเคราะห์กรณีศึกษา (Case Center) ในรุ่นต่อไป
















