ตำบลเมืองเดชเป็นที่ตั้งของส่วนราชการต่างๆ ของอำเภอเดชอุดม มีหมู่บ้านทั้งหมด 29 หมู่บ้าน แยกเป็นหมู่บ้านในเขตพื้นที่รับผิดชอบ เต็มส่วน 23 หมู่บ้าน รับผิดชอบ บางส่วน 6 หมู่บ้าน(ร่วมกับเทศบาลเมืองเดชอุดม) พื้นที่โดยทั่วไปตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 130-140 เมตร มีความลาดเทจากด้านทิศตะวันตกและทิศใต้สู่พื้นที่ตอนกลางของตำบลและลาดเอียงไปทางทิศเหนือ เป็นลักษณะพื้นที่ลูกคลื่นลอนราบ มีอากาศร้อนเป็นส่วนใหญ่ มีอากาศหนาวในฤดูหนาวจัดในช่วงเดือนธันวาคมและมีฝนตกชุกในฤดูฝน
โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ พอช. ได้สร้างโอกาสและเงื่อนไขในการร่วมกันคิดและวิเคราะห์ในการทำโครงการ เริ่มจากการให้ความหมายร่วมกันในคำว่า “ผู้มีรายได้น้อย” คือ ผู้ที่ไม่มีเงินเดือนประจำมีรายได้ไม่ต่อเนื่องมีรายได้น้อยกว่า 2,500 บาท โดยมากทำอาชีพรับจ้าง เป็นกลุ่มหางานยากเพราะถูกตีตราทางสังคมจากบุคลิกภาพและร่างกาย คำว่า “คุณภาพชีวิตที่ดีคนเมืองเดช” หมายถึง ความเป็นอยู่ที่ดี มีอาชีพสุขภาพดี มีที่ทำกิน มีเงินใช้ตามสมควร มีที่ดินและที่อยู่อาศัย ครอบครัวสมบูรณ์และมีความสุข การออกแบบโครงการและกระบวนการการทำงาน
คณะทำงานองค์กรชุมชน ที่ร่วมกับตัวแทนจาก อบต. การออกแบบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกันโดยคุณภาพชีวิตที่ออกแบบร่วมกันได้เลือก 2 ส่วน คือ การเพาะเห็ดฟาง และการเลี้ยงไก่ไข่/ไก่บ้านโตเร็ว มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ในการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ จัดเตรียมสถานที่ในการเพาะเห็ด เลี้ยงไก่ การแบ่งหน้าที่กันฝ่ายประสานงาน ฝ่ายทำข้อมูล และมีการร่วมกันติดตามหนุนเสริมประเมินผลการทำงานร่วมกัน จุดที่สำคัญในการดำเนินโครงการกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ต้องเป็นผู้มีรายได้น้อย การคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการจึงเริ่มต้นจากคนในที่เป็นส่วนสำคัญในการตั้งต้น
ภาพที่ 1 การระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนาโครงการ
[i]แผนในการดำเนินโครงการ
- รวมกลุ่มออกแบบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกันโดยคุณภาพชีวิตที่ออกแบบร่วมกันได้เลือก 2 ส่วน คือ การเพาะเห็ดฟาง และการเลี้ยงไก่ไข่/ไก่บ้านโตเร็ว
- การคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้มีรายได้น้อยคือ ผู้ที่ไม่มีเงินเดือนประจำมีรายได้ไม่ต่อเนื่องมีรายได้น้อยกว่า 2,500 บาท
- สื่อสารกับภาคีหน่วยงานในระดับตำบลเพื่อให้เข้ามาหนุนเสริมทั้งงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์
- การปฏิบัติการพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านทางทุนของตำบล
- การสนับสนุนและติดตามรวมถึงตรวจผลเรียนความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน
- การสรุปผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองเดช
การปฏิบัติการอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
1) การเพาะเห็ดฟางในชุมชนเป็นกิจกรรมที่น่าสนุกและเป็นประโยชน์ เห็ดฟางเป็นเห็ดที่มีรสชาติอ่อนๆ นิยมนำมาใช้ในการทำอาหารเพื่อสร้างรสชาติและความหอมหวานในเมนูต่างๆ นอกจากนี้ยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่ดี เช่น เสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกายด้วย จากการสัมภาษณ์ นายวุฒิชัย ศรีสุราช และนางแสงจันทร์ พงษ์ทอง กลุ่มเพาะเห็ดฟาง โคกเถื่อนช้าง ตำบลเมืองเดช เป็นกลุ่มเป้าหมายในโครงการ และยังเป็นสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเพาะเห็ดฟางและแปรรูปเห็ดฟาง บ้านโคกเถื่อนช้าง ซึ่งมีสมาชิกอยู่ 11 คน จากการเข้าร่วมโครงการ ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะความรู้ที่มีอยู่ดีขึ้น และเพิ่มเรื่องของรายได้ โดยใน 1 รอบ เห็ดฟางที่ผลิตจะสามารถสร้างรายได้จากการขายเห็ดฟาง เฉลี่ย 4,000 – 5,000 บาท ราคาเริ่มต้น กก.ละ 100 – 120 บาท
ขั้นตอนพื้นฐานในการเพาะเห็ดฟางมีดังนี้
- ขั้นเตรียมวัสดุเพาะเห็ดฟาง วัสดุเพาะเห็ดฟางหลักๆ ได้แก่ ฟาง เชื้อเห็ดฟาง นอกนั้นจะเป็นอาหารเสริมเป็นกากมัน มูลวัว และจะมีผ้ายางดำ หรือสแลนเขียว
- ขั้นการเพาะเห็ดฟาง
– ใส่วัสดุเพาะลงในถ้วยหรือถาดเพาะที่มีรูให้น้ำระบาย และกดแน่นลง
– รดน้ำที่วัสดุเพาะให้เปียกพอสมควร ไม่ควรทำให้มีน้ำขัง
– ผสมเชื้อเห็ดฟางกับวัสดุเพาะ
– คลุมเห็ดฟางด้วยวัสดุเพาะบางๆ เพื่อรักษาความชื้นและสภาพอากาศ
- ขั้นการดูแลรักษา
– รดน้ำบ่อยครั้ง เพื่อรักษาความชื้นในวัสดุเพาะ
– ให้แสงแดดหรือแสงสว่างเหมาะสม โดยไม่ต้องให้แดดเต็มที่
- การเก็บเกี่ยว
– เห็ดฟางจะเริ่มงอกหลังจากประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ และสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อขนาดเห็ดมีขนาดเหมาะสม ควรเก็บเห็ดทันทีเมื่อเห็ดเริ่มเปิดเปลือก หากเป็นดอกเดี่ยว สามารถใช้มือดึงออกมาได้เลย แต่ถ้าดอกออกมาในกระจุกเดียวกัน มีหลายดอก ดอกจะโตไม่เท่ากัน ต้องเลือกเก็บโดยให้ใช้มีดปลายแหลม หรือมีดปอกผลไม้ แคะไปที่กกดอกแล้วเก็บดอกที่โต พร้อมที่จะบาน ใช้เวลาดูแลช่วงเช้าและเย็นเพียงเท่านั้น ทำให้มีเวลาออกไปขายของ สร้างรายได้ประจำได้สบายๆ
นี่เป็นขั้นตอนพื้นฐานในการเพาะเห็ดฟาง สามารถทำเองได้ที่บ้าน แต่อย่าลืมที่จะทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับเห็ดฟางและการดูแลรักษาเห็ดให้เติบโตอย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมที่มีในแต่ละพื้นที่ด้วย
ภาพที่ 2 รูปธรรมการปฏิบัติการการเพาะเห็ดฟาง
2) การเลี้ยงไก่ไข่/ไก่บ้านโตเร็ว ปฏิบัติการเลี้ยงไก่ไข่ หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 20 โดยมีการไปซื้อแม่พันธุ์ไก่อยู่หมู่ที่ 15 เพื่อนำมาเลี้ยงจำนวน 50 ตัว มีการซื้อมาตัวละ 250 บาท และมีการจัดเตรียมซื้ออาหารเลี้ยงไก่ไข่ 50 ตัวอยู่ที่กระสอบละ 1 อาทิตย์ และมีการทำเล้าไก่ โดยมีวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ตาข่าย เหล็ก หลังคาสังกะสี ตะกร้าพัดไข่ แกลบ โดยจะมีการสร้างคอกไก่ร่วมกัน เป็นลักษณะของการเลี้ยงร่วมกัน และมีการแบ่งบทบาทหน้าที่โดยมีฝ่ายดูแลบริหารจัดการภาพรวม การให้อาหารไก่ และมีฝ่ายนับจำนวนครั้ง เก็บไข่ และเช็คจำนวนไข่ รวมถึงบทบาทการถ่ายรูปในการทำงาน และมีการแบ่งปันผลประโยชน์จากผลผลิตที่ได้ ผลจากการเลี้ยงไก่ไข่ ทำให้ได้ไข่ไว้กินในสมาชิกครัวเรือน เหลือก็สามารถจำหน่ายให้คนในชุมชน โดย 1 วัน ได้ไข่เฉลี่ย 50 – 60 ฟอง (ประมาณ 1 – 2 ถาด) ซึ่ง 2 วัน ได้ประมาณ 3 ถาด (1 ถาด มี 30 ฟอง) ราคาขายอยู่ที่ 110 – 120 บาท โดยใน 2 วัน สามารถสร้างรายได้ประมาณ 330 – 360 บาท ซึ่งไก่ไข่สามารถออกไข่ได้ทุกวัน และมีอายุการออกไข่นานถึง 900 – 1,000 วัน (2 – 3 ปี) ดังนั้นจนกว่าไก่จะหมดไข่ กลุ่มเป้าหมายสามารถเก็บผลผลิตได้ 1,350 – 1,500 ถาด ถ้าขายถาดละ 110 บาท มูลค่าจะอยู่ที่ 148,500 – 165,000 บาท เป็นอีกหนึ่งอาชีพเสริมเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายและคนในชุมชนมีรายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัวได้
ภาพที่ 2 รูปธรรมการปฏิบัติการเลี้ยงไก่
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินการ
การทำอาชีพการเพาะเห็ดฟางและการเลี้ยงไก่ไข่สามารถขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น พื้นที่ที่ใช้ปฏิบัติการ สภาพแวดล้อม การจัดการและดูแลรักษา อุปกรณ์ที่ใช้ และกลยุทธ์การบริหารจัดการ นอกจากนี้ยังต้องพิจารณาถึงความต้องการของตลาด และปัจจัยเศรษฐกิจที่มีผลต่อราคาและการตลาดด้วย
การเพาะเห็ดฟาง ประสิทธิภาพและผลสำเร็จขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น สภาพอากาศที่เหมาะสม (อุณหภูมิและความชื้น) วิธีการเพาะปลูก แหล่งเชื้อเพาะ การดูแลรักษา และความสามารถในการจัดการปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เห็ดฟางเป็นพืชที่มีระยะเวลาการเพาะปลูกสั้น และมักเป็นที่นิยมในการบริโภค สำหรับการตลาดควรให้ความสำคัญในการตรวจสอบความต้องการและความพร้อมของตลาดเพื่อให้การผลิตเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม
การเลี้ยงไก่ไข่ ประสิทธิภาพขึ้นอยู่กับการจัดการพื้นที่เลี้ยง ระบบการจัดเลี้ยง การบำรุงรักษา และอุปกรณ์ที่ใช้ เพื่อให้ไก่ไข่ได้รับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตและการผลิตไข่ สำคัญที่จะมีการควบคุมอาหารที่เหมาะสมและการดูแลสุขภาพของไก่ไข่เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เต็มประสิทธิภาพ
และทั้งการเพาะเห็ดฟางและการเลี้ยงไก่ไข่เป็นอาชีพที่ต้องการความรู้และประสบการณ์ที่เพียงพอในการจัดการและดูแลรักษา ควรศึกษาและศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติการที่เหมาะสมและมีโอกาสสำเร็จในพื้นที่และสถานการณ์ที่เจออยู่ในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกลับกลุ่มเป้าหมาย โครงการส่งเสริมเพาะเห็ด เลี้ยงไก่ พอเพียงตำบลเมืองเดช โดยกลุ่มเป้าหมายมีดังนี้
- กลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อย จำนวน 28 ครัวเรือน มีความรู้และทักษะในการเพาะเห็ดฟาง และการเลี้ยงไก่ไข่/ไก่บ้านโตเร็ว
- กลุ่มเป้าหมายผู้มีรายได้น้อย จำนวน 28 ครัวเรือน มีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มจากการเพาะเห็ดฟาง และการเลี้ยงไก่ไข่/ไก่บ้านโตเร็ว
- เกิดการเชื่อมประสานการทำงานกับภาคีหน่วยงานในระดับตำบลเพื่อให้เข้ามาหนุนเสริมทั้งงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์
- เกิดการรวมกลุ่มออกแบบการมีคุณภาพชีวิตที่ดีร่วมกัน โดยคุณภาพชีวิตที่ออกแบบร่วมกันได้เลือก 2 ส่วน คือ การเพาะเห็ดฟาง และการเลี้ยงไก่ไข่/ไก่บ้านโตเร็ว
- เกิดการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบลเมืองเดช ที่ให้ความร่วมมือในการสนับสนุน สร้าง และแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ดฟางและไก่ไข่ เป็นอย่างดี
โดยสรุป
การพัฒนาคุณภาพชีวิตในชุมชน ที่สำคัญกลไกในการขับเคลื่อนที่อาจประกอบด้วยองค์กรหรือกลุ่มคนในชุมชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แผนการดำเนินงานช่วงต้นเน้นการวางแผน การค้นหาและคัดเลือกกลุ่มเป้าหมายตามหลักเกณฑ์ ช่วงกลางเรื่องการปฏิบัติการ และช่วงปลายเน้นการสรุปผลและสรุปบทเรียน การพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองเดชได้ชุดบทเรียนความรู้จากการดำเนินงานโครงการส่งเสริมเพาะเห็ด เลี้ยงไก่ พอเพียงตำบลเมืองเดช ทำให้ทราบถึงกระบวนการส่งเสริมและพัฒนากลุ่มเป้าหมายให้มีทักษะความรู้ด้านอาชีพ บนฐานทุนชุมชน ทำให้เห็นหัวใจสำคัญของการทำงาน คือ การตั้งมั่นตั้งใจสิ่งที่อยากจะทำ ร่วมกันคิด ร่วมกันทำ ร่วมกันแก้ไขปัญหา เห็นภาพการเสียสละของคณะทำงานและหน่วยงานภาคีเครือข่าย ที่มีความมุ่งมั่นเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเป้าหมายของคนในชุมชนผ่านโครงการกิจกรรมต่างๆ จนทำให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีขึ้น สามารถลดผลกระทบปัญหาจากความเหลื่อมล้ำทางด้านเศรษฐกิจในชุมชนได้
ผลงานนักสื่อสารชุมชน
ทัพไท ชุ่มนาเสียว
นักวิจัยอิสระ
















