เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2566 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ พร้อมด้วยนายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ เป็นประธานมอบบ้านและงบประมาณให้แก่ผู้เดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย จำนวน 325 หลังคาเรือน
โดยมีนายอำเภอเวียงแก่น นายกเทศมนตรีตำบลหล่ายงาว แกนนำขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดเชียงราย ประธานคณะทำงานโครงการบ้านมั่นคงชนบทตำบลหล่ายงาว ผอ.ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวจังหวัดเชียงราย ผอ.นิคม หวายบุตร ผอ.ศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงเชียงราย และหน่วยงานในพื้นที่ให้การต้อนรับ และมีหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ และตัวแทนเครือข่ายพี่น้องประชาชน เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ณ โรงเรียนเวียงแก่นวิทยาคม ตําบลหล่ายงาว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวง พม
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวง พม.ในฐานะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า วันนี้ได้มีโอกาสมารับฟังสรุปการดำเนินงานของขบวนองค์กรชุมชนและการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ และทำให้รับรู้ปัญหาความต้องการพี่น้องประชาชน โดยมีกระทรวง พม. และ พอช. สนับสนุนการแก้ไขปัญหาชุมชนอย่างมีส่วนร่วมใน 3 ประเด็น คือ
1) การขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยบ้านพอเพียงชนบทที่ พอช. มีผลการดำเนินงานที่เป็นประโยชน์กับผู้เดือดร้อนผู้มีรายได้น้อย โดยให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แม้งบประมาณสนับสนุนอาจจะไม่มาก แต่เป็นส่วนเติมเต็มให้เกิดการบูรณาการการทำงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนร่วมกันที่จะเติมเต็มมีใจในการสนับสนุนที่อยู่อาศัยทั้งซ่อมสร้างและบ้านมั่นคง ให้เกิดมิติการพัฒนาคุณภาพชีวิต
2) การขับเคลื่อนงานพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยบ้านมั่นคงที่ให้สมาชิกชุมชนเกิดการร่วมกลุ่มจัดตั้งในรูปแบบสหกรณ์ ทำให้คนที่ไม่มีที่อยู่อาศัยและไม่มีที่ทำกิน ได้มีที่อยู่อาศัยและมีรายได้มั่นคง โดย พอช. ได้ร่วมมือกับหลายภาคส่วนในการขับเคลื่อน โดยชุมชนต้องเสมือนทัพที่มีหน้าที่ดูแลแก้ปัญหาตนเองเพื่อรวมตัวกันแบบเครือข่ายหรือสภาองค์กรชุมชน เพื่อให้รัฐบาลได้ยินเสียงของพี่น้องประชาชนที่ให้ทุกท่านที่ประสบปัญหาได้เกิดการแก้ปัญหาที่ตรงจุดและตรงเป้าหมายประชาชนครัวเรือนกลุ่มเปราะบาง ให้มีความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย มีความเหมาะสมแล้ว ยังเป็นการสร้างโอกาสในการดำรงชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนโดยรวม
3) ประเด็นเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ต้นแบบในแนวคิดนี้ คือ กระทรวง พม. ทั้งนี้ได้มีข่าวต่างๆ ว่า หุ้นส่วนสังคมได้ออกระเบียบที่เป็นการจำกัดสิทธิ์ โดยวันนี้ตนขอบอกให้ชัดเจนว่า กระทรวง พม . ไม่ได้ตัดสิทธิ์ใด ๆ
“ สุดท้ายนี้ ขอบคุณผู้แทน สส. ท่านนายกเทศมนตรี ผู้นำ ผู้บริหารในพื้นที่จังหวัดและสมาชิกชุมชนที่เป็นหุ้นส่วนร่วมแก้ไขปัญหา ผู้ที่มีส่วนร่วมในการผลักดันและแก้ไขปัญหาด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยเพื่อการเสริมสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนเชียงรายให้ดีขึ้น ร่วมทั้งเสริมจุดเด่นในการพัฒนาอาชีพ ต่อยอด และสร้างรายได้ โดยให้หน่วยงานในจังหวัด ท้องที่ ท้องถิ่น โดย พม. จะสนับสนุนการแก้ไขปัญหาของกลุ่มผู้เปราะบาง ผู้เดือดร้อนทั้งในพื้นที่จังหวัดเชียงราย รวมทั้งทั่วประเทศต่อไป” นายกันตพงศ์กล่าว
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
นายกฤษดา สมประสงค์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า พอช. จะเข้ามาเติมเต็มและมีบทบาทในสนับสนุนขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศ โดยในจังหวัดเชียงรายมีการดำเนินงานและแนวทางสำคัญ ดังนี้
1) การขับเคลื่อนโดยใช้สภาองค์กรชุมชน จำนวน 144 ตำบลเป็นฐาน โยงแผนพัฒนาตำบลสู่การแก้ปัญหาในทุกระดับ ถ้าชุมชนพร้อมลุกขึ้นมาจัดการตนเอง รัฐบาลก็พร้อมจะสนับสนุน ทั้งที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านมั่นคงเมืองและชนบท 17 โครงการ
2) การขับเคลื่อนกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยจังหวัดเชียงรายมีกองทุนสวัสดิการชุมชน 87 ตำบล มีสมาชิก 77,000 คน เรียกว่า “กองทุนสวัสดิการชุมชนวันละบาท” โดยสนับสนุนตั้งแต่ครรภ์มารดา สู่เชิงตะกอน โยงการพัฒนาอาชีพ ทุนการศึกษา เด็กและเยาวชน สุดท้ายตายอย่างมีความสุข ที่เป็นสวัสดิการชุมชนที่ทุกคนต้องมี
3) รูปธรรมการเชื่อมโยงกับพี่น้องชุมชนที่รวมตัวกันสู่การพัฒนาเข้มแข็ง ยกตัวอย่าง การดำเนินงานที่ภูเก็ตเชื่อมโยงสู่ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดชัยภูมิ โดยภูเก็ตไม่มีนาข้าว แต่เชื่อมโยงข้าวอินทรีย์สั่งตรงจากชัยภูมิมาที่ภูเก็ต โดยตัดกำไรเข้ากองทุนร้อยละ 2 เพื่อช่วยสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน หรือรูปธรรมที่การดำเนินการขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดร้อยเอ็ดที่ขับเคลื่อนเรื่องข้าวอินทรีย์ กาแฟ มะระขี้นก ฯลฯ ทั้งนี้สิ่งสำคัญคือ พื้นที่จังหวัดเชียงรายได้เห็นศักยภาพทุนที่มีอยู่ ส้มโอ ข้าว ยางพารา ฯลฯ ให้เกิดการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการพัฒนาอาชีพและรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม
4) การขับเคลื่อนการพัฒนาเด็กปฐมวัย ขยายศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการที่เติบโตสมบูรณ์เชื่อมโยงกับกระทรวง พม. และขยายสู่การจัดการเป็นนักบริบาลชุมชนที่เป็นนโยบายของประธานกรรมการสถาบันฯ เพื่อให้เกิดการดูแลสุขภาพคนในชุมชนต่อไป
“ที่กล่าวมาทั้งหมดอยู่ที่ชุมชน ถ้าชุมชนต้องการทำ ต้องเกิดจากใจ มีความต้องการทำ ต้องการได้ และต้องการเข้ามามีส่วนได้ ให้ลุกขึ้นมาจัดการตนเอง โดย กระทรวง พม. และ พอช. หน่วยงานภาคี อาทิ สสส. สปสช. สช. ที่ยังมิได้กล่าวในการช่วยกันดูแลพร้อมใจผนึกกำลังเดินหน้าร่วมกัน” ผอ.พอช. กล่าว
ทั้งนี้ตำบลหลายง่าว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงรายมี 6 หมู่บ้าน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ และชุมชนเดิม โดย พอช. สนับสนุนงบประมาณปี 2566 จำนวน 12.8 ล้านบาท เป็นงบประมาณสนับสนุนซ่อมบ้าน พัฒนาคุณภาพชีวิต และสาธารณูปโภค จำนวน 325 ครัวเรือน ผู้รับประโยชน์ในชุมชน 945 คน โดยที่ผ่านมา พอช. ได้ทำความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน เช่น นายอำเภอ ป่าไม้ ฯลฯ ปัจจุบันได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินจาก คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด) ทำให้ชุมชนสามารถซ่อมแซมและปรับปรุงบ้านในที่ดินเดิมได้ ทำให้คุณภาพชีวิตของชุมชนดีขึ้น
หลังจากนั้นเวลา 13.30 น. คณะได้เดินทางลงพื้นที่ให้กําลังใจและมอบถุงยังชีพแก่กลุ่มเป้าหมายครัวเรือนกลุ่มเปราะบางและชุมชนชายขอบ 3 ครัวเรือนที่เป็นพื้นที่ดําเนินการโครงการบ้านมั่นคงชนบท ตําบลหล่ายงาว ชุมชนบ้านห้วยเอียน โดยนายกันตพงศ์ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน พม. ดำเนินการเก็บข้อมูลผู้เดือดร้อน เพื่อช่วยคลี่คลายปัญหาของพี่น้องที่มีข้อติดขัด เนื่องจากบางครอบครัวยังไม่มีสำเนาบัตรประชาชน และการเข้าสิทธิต่าง ๆ ที่ประชาชนคนไทยทุกคนพึงมีต่อไป
รายงานโดยพิชยาภรณ์ หาญวณิชานนท์ เจ้าหน้าที่บริหารงานข้อมูลอาวุโส สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ
















