
วันที่ 28 – 29 มิถุนายน 2565 เครือข่ายประเด็นงานบ้านพอเพียงจังหวัดกาญจนบุรี และสำนักงานภาคกลางและตะวันตก จัดเวทีทบทวนความเข้าใจและร่วมกันตรวจสอบความถูกต้องของการทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับตำบล เพื่อเป็นแนวทางในการปรับแก้แผนที่ตำบลได้ทำมาแล้วให้มีความสมบูรณ์ และสามารถนำไปเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยในพื้นที่ โดยมีแกนนำพื้นที่รับงบประมาณโครงการบ้านพอเพียงปี 2565 เข้าร่วม 45 ตำบล

นางจารุวรรณ นาคะพันธ์ ผู้รับผิดชอบประเด็นการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยโครงการบ้านพอเพียงชนบทจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาขบวนจังหวัดได้มีการหนุนเสริมสนับสนุนแกนนำพื้นที่ตำบลให้สามารจัดกระบวนการในการซ่อมแซ่มที่อยู่อาศัยให้แก่กลุ่มเป้าหมาย พร้อมทั้งได้มีการสร้างความเข้าใจแก่แกนนำระดับตำบลทุกตำบลเกี่ยวกับการทบทวนการจัดทำแผนพัฒนาตำบลในมิติต่างๆ ผ่านระบบไลน์กลุ่ม จากนั้นให้แกนนำไปจัดเวทีทบทวนแผนพัฒนาตำบลเดิมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พร้อมทั้งการสำรวจข้อมูลและจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยในครั้งนี้จะมีการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยทั้งตำบล และนำมาจัดทำแผนการแก้ปัญหาให้กับผู้เดือดร้อนทุกครัวเรือนในระยะ 5 ปี ซึ่งได้มีการกำหนดให้แต่ละตำบลจัดทำแผนดังกล่าวและส่งแผนมายังกองเลขาประเด็นงานบ้านพอเพียงเมื่อวันที่ 25 มิถุนายนที่ผ่านมา
“วันนี้นัดพื้นที่ตำบลมา 22 ตำบล พรุ่งนี้อีก 23 ตำบล เพื่อมาทบทวนความเข้าใจเรื่องการทำแผนพัฒนาตำบลและแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยกันอีกครั้ง เนื่องจากครั้งก่อนอยู่ในช่วงสถานการณ์โควิด จึงเป็นการทำความเข้าใจกันผ่านระบบไลน์กลุ่ม จึงไม่มั่นใจว่าแกนนำสภาองค์กรชุมชนมีความเข้าใจกันมากน้อยแค่ไหน หลังจากที่ฟังเรื่องการทำแผนแล้วจะให้ผู้นำทบทวนว่าการทำแผนของตัวเองถูกต้องหรือไม่ แล้วช่วยกันปรับแก้ให้ถูกต้อง ถ้าที่ไหนข้อมูลสมบูรณ์พร้อมก็ให้ผ่านได้ ถ้าที่ไหนยังขาดข้อมูลก็จะไปปรับแก้ เก็บข้อมูลเพิ่มเติมแล้วส่งใหม่อีกครั้ง” นางจารุวรรณกล่าว
นางสาวเรวดี อุลิต และนางสาววิไลวรรณ บุญตาระวะ งานวิชาการสำนักงานภาคกลางและตะวันตก ได้นำเสนอความสำคัญ เป้าหมาย และผลลัพธ์ รวมถึงวิธีการ กระบวนการ และการเขียนรายงานการจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัย โดยตอกย้ำถึงกระบวนการจากการมีส่วนร่วมของสภาองค์กรชุมชนตำบล ที่เชื่อมโยงการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยทั้งตำบล เพื่อนำมาจำแนกประเภทความเดือดร้อน ที่จะสามารถนำไปเชื่อมโยงงบประมาณการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานภาคีที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อาทิ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท้องถิ่น สำนักงานจังหวัด หรือ ภาคเอกชน ทั้งนี้ การจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาวมีความสำคัญที่พื้นที่จะนำไปเชื่อมโยงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังจากการทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับความสำคัญของการจัดทำแผนพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยดังกล่าว ทำให้ผู้นำมีความเข้าใจและเห็นความสำคัญของการสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนกันมากขึ้น โดยหลายตำบลขอกลับไปสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยทั้งตำบลอีกครั้ง เพื่อไม่ให้แน่ใจว่าไม่มีการตกหล่นซึ่งจะทำให้เสียประโยชน์ ซึ่งบางพื้นที่ เช่น ผู้นำตำบลท่ามะกากล่าวว่าจะกลับไปประสานกับผู้บริหารท้องถิ่นทั้งในส่วนของเทศบาลและ อบต. เพื่อร่วมกันสร้างความเข้าใจและจัดเวทีหารือร่วมกันระหว่างท้องที่และท้องถิ่นเพื่อร่วมกันสำรวจข้อมูลผู้เดือดร้อนและจัดประชาคมรับรองข้อมูลต่อไป เป็นต้น สำหรับตำบลอื่นบางตำบลจะกลับไปประชุมร่วมกับผู้นำใหญ่แต่ละหมู่บ้านในตำบลเพื่อร่วมกันหาแนวทางและวิธีการในการสำรวจข้อมูลทั้งตำบลอีกครั้ง จึงได้นำมาสู่การหารือและจัดทำแผนปฏิบัติการดำเนินการทั้งเรื่องการสำรวจข้อมูลและทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แล้วเสร็จในช่วงกลางเดือนกรกฎาที่จะถึงนี้

เรวดี อุลิต และปภาพินท์ คำอุดม รายงาน






