
บรรยากาศตลาดนัดชุมชนที่ พอช.
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ ระหว่างวันที่ 14 -16 กันยายนนี้ มีการจัดงาน “เวทีเชื่อมโยงเครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชนระดับชาติ ประจำปี 2563 ตลาดนัดแผนธุรกิจเพื่อชุมชน” ที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ถนนนวมินทร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนชุมชนทั่วประเทศ หน่วยงานภาคี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานประมาณ 200 คน
พอช.จัดอบรมแผนธุรกิจเพื่อชุมชนแล้ว 1,799 ตำบลทั่วประเทศ
นางฑิฆัมพร กองสอน ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กล่าวว่า ที่ผ่านมา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกับคณะทำงานขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ได้สนับสนุนให้กลุ่มองค์กรเศรษฐกิจและทุนชุมชนใน 5 ภาค จัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน (CBMC : Community Business Model Canvas) ด้วยการเสริมสร้าง “ขีดความสามารถขององค์กรชุมชนในการทำธุรกิจ” ให้องค์กรชุมชนมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ศักยภาพ วิเคราะห์ทุนภายในชุมชนของตนเอง เพื่อให้เกิดความเข้าใจ “ปรับเปลี่ยนวิธีคิด” จากการทำธุรกิจชุมชนที่ใช้ “เงินเป็นตัวตั้ง” มาเป็นการใช้ “ทุนที่ปัจจัยทางการผลิต”

ประกอบด้วย ธรรมชาติ ทุนที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้น และหนึ่งสมองสองมือ มาเป็นตัวตั้ง และพัฒนา “ทักษะความสามารถ” ในการจัดทำธุรกิจชุมชนจาก “มวยวัด” มาเป็น “มืออาชีพ” และให้องค์กรชุมชนเกิดความมั่นใจว่า “องค์กรชุมชนสามารถจัดการธุรกิจได้ด้วยตนเอง” เป็นธุรกิจเพื่อชุมชน เกิดการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อแบ่งปันซึ่งกันและกัน เป็น “เครือข่าย” การเรียนรู้ ที่ส่งผลให้เกิดการพัฒนาด้านต่างๆ ในพื้นที่ที่หลากหลาย ทั้งผู้คน ชุมชน วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติอย่างเข้มแข็ง และยั่งยืน
ในช่วงปี พ.ศ. 2561-2563 สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ สนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและทุนชุมชนในพื้นที่ 1,799 ตำบลทั่วประเทศ โดยจัดอบรมเพื่อให้ชุมชนจัดทำแผนธุรกิจเพื่อชุมชน ครอบคลุมเรื่องการผลิต การแปรรูป และการตลาด การจัดงานครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้แทนเศรษฐกิจและชุมชนทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในรูปแบบ ‘แชร์ โชว์ ชิม ช้อป’ รวมทั้งร่วมกันกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานในช่วง 5 ปีข้างหน้า เพื่อเดินไปสู่เป้าหมาย “เศรษฐกิจชุมชนฐานรากมีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน”
ธรรมจักรขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง 5 ประการ
นพ.ประเวศ วะสี ปาฐกถาเรื่อง “การสร้างพลเมืองตื่นรู้สู่การสร้างเศรษฐกิจชุมชนเข้มแข็ง” มีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยลำบาก เพราะอะไร ๆ ก็จะทำจากข้างบน เศรษฐกิจจะบอกว่าต้องทำข้างบนและจะลงจากข้างล่าง การศึกษาจะเอาจากข้างบนให้คนได้รับปริญญา แต่ทำอะไรไม่เป็น ประชาธิปไตยจะทำจากระดับชาติ ประชาธิปไตยที่ฐานคือประชาธิปไตยชุมชน พระเจดีย์ต้องสร้างจากฐานขึ้นไป พวกเราสร้างพระเจดีย์จากฐาน เราลองมาคุยกันดูเพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนส่งเสริมกำลังใจให้ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป
ผมขออ้างพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 “คนทั้งปวงล้วนอยู่ในโมหภูมิ” โมหะ คือความไม่รู้ความหลงผิด ทำให้ชีวิตและสังคมตกอยู่ในความทุกข์ยาก พลังพลเมืองที่ตื่นรู้และกัมมันตะ มีความ Active เป็นพลังที่จะกู้ชาติทุกอย่างด้วยตนเอง
หัวใจของการจะออกจากวิกฤตชาติที่รู้กันตรงนี้ คือทุกประเทศอยากให้เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี การที่เศรษฐกิจดี การเมืองดี และศีลธรรมดี อยู่ที่พลังพลเมือง รู้และมีการวิจัยมีตัวอย่างของจริงแล้ว หัวใจของการที่จะไปสู่การเจริญ คือพลังพลเมืองที่ตื่นรู้ ร่วมคิดร่วมทำเรื่องต่าง ๆ
วิกฤตโควิด เศรษฐกิจล่มสลาย เป็นโมหภูมิ เศรษฐกิจของไทยไม่ได้ล่มสาย มันมีเศรษฐกิจมายาคติ เศรษฐกิจข้างบนเป็นเศรษฐกิจมายาคติ เศรษฐกิจข้างล่างได้ล่มสลาย
คำกล่าวของหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤษดากร “เงินทองเป็นของมายา ข้าวปลาเป็นของจริง” ถึงวิกฤตเงินกินไม่ได้ แต่มีข้าว ปลา อะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับของกิน เศรษฐกิจที่เกี่ยวกับของจริง ฉะนั้นในชุมชนทำมาหากิน เป็นเศรษฐกิจจริง ประเทศไทยยังผลิตอาหารได้เหลือกิน ซึ่งคือเศรษฐกิจที่จะเลี้ยงคนไทยได้ทั้งประเทศเลย
พบว่ามีคนที่ประสบวิกฤตทางเศรษฐกิจแล้วฆ่าตัวตาย เพราะรู้สึกจนตรอก จริง ๆ เขาสามารถพึ่งชุมชนได้ เราคิดไว้นานแล้วว่าเศรษฐกิจในเมืองต้องแย่ ต้องไปพึ่งชุมชน
“เศรษฐกิจข้างบนเกี่ยวกับเงินทอง เงินหมุนเคลื่อนไหวอยู่ในโลก ไม่ใช่ของจริง มีคนทำให้ผันผวน แต่เศรษฐกิจจริงมั่นคงเป็นของจริง กินได้ เศรษฐกิจโลกาภิวัฒน์เป็นเศรษฐกิจเงินทอง เศรษฐกิจชุมชนเป็นเศรษฐกิจชีวิตและการอยู่ร่วมกัน ระหว่างคนกับคน คนกับสิ่งแวดล้อม เป็นเศรษฐกิจบูรณาการๆ ชีวิต สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม ศาสนธรรม ไม่ใช่เรื่องเงินทองอย่างเดียว หากชุมชนมีการพัฒนาอย่างบูรณาการน่าจะเป็นชีวิตที่สันติสุข เปรียบเป็นสวรรค์บนดินก็ได้ มีบ้านอยู่ มีข้าวกิน มีครอบครัวอบอุ่น มีครอบครัวเข้มแข็ง 4 อย่างนี้เป็นสวรรค์บนดินแล้ว ประเทศไทยทำได้ เรามีที่ดิน มีอาหาร” นพ.ประเวศกล่าว
ส่วนเครื่องมือที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ขอสรุปเป็นธรรมจักรขับเคลื่อนชุมชนเข้มแข็ง มีอยู่ 5 ประการ ที่สำคัญที่สุดคือ 1. องค์กรชุมชน เป็นเครื่องมือจัดการ องค์กรชุมชนช่วยให้จัดการวิเคราะห์ชุมชนทางเศรษฐกิจ และมี 2. สถาบันการเงินของชุมชน จัดการการเงินเพื่อการออม การอาชีพ การเรียนรู้ สวัสดิการ เป็นเครื่องมือเชิงสถาบัน ประชาชนเป็นภาคที่สำคัญที่สุดแต่ไม่มีเครื่องมือเชิงสถาบัน 3.มหาวิชชาลัย ชุมชนจัดการเรียนรู้เพื่อให้ชุมชนดีขึ้น 4.ระบบสุขภาพ มีกรณีสถาบันพยาบาล พยายามดำเนินการให้มีในชุมชน คน 2 หมู่บ้านจะมีหน่วยงานพยาบาล ดูแลเรื่องสุขภาพ จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน เรียกว่า พยาบาลใกล้บ้านใกล้ใจ ดูแลคนในชุมชน 5.ศาสนธรรม
เศรษฐกิจ 10 ทิศของชุมชน
นพ.ประเวศกล่าวถึงแนวทางเศรษฐกิจชุมชนว่า 1.ผลิตอาหารกินเองเหลือขาย ทำทุกอย่างที่กินได้ เลี้ยงปลา ปลูกผัก 2.ทำพันธสัญญากับชุมชนเมือง ส่งอาหารปลอดสารพิษ คนในเมืองได้บริโภคอาหารปลอดสารพิษ มีกรณีประเทศอเมริกา ทำพันธสัญญากับเกษตรกร ๆ ส่งอาหารปลอดสารพิษ พลังผู้บริโภคทำให้เกิดการเชื่อมโยงคนในเมืองกับผู้ผลิต 3.อุตสาหกรรมชุมชน แปรรูปอาหาร ผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบธรรมชาติ 4.ศิลปะการแสดง สินค้าศิลปะ หัตถกรรม มีการส่งเสริมอาชีพคนชราให้สานตะกร้า ชะลอมไม้ไผ่ใส่สินค้า ต้องสร้างค่านิยมการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวด้วย
5.อาหารอร่อย ขนมอร่อยขึ้นชื่อของชุมชน แต่ละชุมชนมีเอกลักษณ์กับข้าวและขนมที่อร่อยของตนเอง ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ 6.ธุรกิจชุมชน มีบริษัทเอกชนอยากร่วมกับชุมชนออกแบบ 7.การท่องเที่ยวชุมชน 8.พลังงานชุมชน หากทำเต็มที่จะหายจน ผมเจอวิศวกร ที่มีความชำนาญเรื่องพลังงานชุมชน ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นและสิ่งแวดล้อมดีขึ้นด้วย กรณีประเทศเยอรมัน มีการผลิตพลังงานและสามารถขายพลังได้ด้วยแม้แสงแดดจะมีน้อยกว่าเรา พวกเราต้องเชื่อมโยงเรื่องราวต่าง ๆ มาใช้ในชุมชน

9.การช่างชุมชน การช่างทุกชนิด ถนนผ่านตำบลใด ตำบลนั้นดูแลซ่อมแซม ชุมชนต้องฝึกวิชาช่างทุกชนิด ซ่อมทีวี วิทยุ เครื่องสูบน้ำ สะพาน รวมถึงถนน หากชุมชนมีวิชาช่างทุกชนิด จะทำให้สามารถกระจายรายได้ให้แก่ชุมชนได้ และคนอยากรักษาชุมชนของตนเอง ชุมชนปลอดภัยทำให้คนอยากมาเที่ยว ให้ก่อให้เกิดรายได้เข้ามา
10.ทุกตำบลมีศูนย์การแพทย์แผนไทย ให้บริการ 3 อย่าง 1.นวดแผนไทย 2.ประคบสมุนไพร 3.ขายยาสมุนไพรที่มีประโยชน์ กรณีนวดแผนไทยหากทำดีคนในเมืองก็มา ลดความเครียด นอนหลับสบายความดันลดลง กรณีชายแดน นักท่องเที่ยวประเทศมาเลเซียเข้ามาเที่ยว คนตาบอดก็สามารถนวดได้ การนวด slow ได้พูดคุย การประคบสมุนไพร ให้ผู้สูงอายุเกิดความสบาย
11.เศรษฐกิจต้นไม้ ไม้ยืนต้น ผลิตภัณฑ์จากต้นไผ่ ต้นกล้วย (Green Economy) หากน้ำท่วมและเรามีต้นไม้เยอะเราต่อเรือขาย ตอนนี้ ธกส.มีธนาคารต้นไม้ ใครปลูกต้นไม้ได้เครดิต ต้นไม้โตขึ้นทุกวัน มีมูลค่าวันละ 3 บาท ที่มหาวิทยาลัยรังสิต ตั้งสถาบันไผ่กู้ชาติ เศรษฐกิจต้องไม้กับไผ่ กับต้นกล้วย หากชาวบ้านรวยขึ้น เศรษฐกิจข้างล่างจะดี ฐานข้างล่างจะแข็งแรง เติบโตจากข้างล่าง
ทิศทางอนาคตประเทศไทยหลังโควิด
นพ.ประเวศกล่าวถึงทิศทางใหม่ของประเทศไทยว่า ต้องเปลี่ยนการพัฒนาจากบนลงล่าง หรือสร้างพระเจดีย์จากยอด มาเป็นการพัฒนาจากล่างขึ้นบน หรือสร้างพระเจดีย์จากฐาน สร้างชุมชนเข้มแข็ง 80,000 หมู่บ้าน ผู้นำ 4 ล้านคน ชุมชนเข้มแข็ง ผู้นำตามธรรมชาติจะมาจากการเลือกตั้ง โดยต้องมีคุณสมบัติ 5 อย่าง คือ 1.เห็นแก่ส่วนรวม 2.สุจริต 3.เป็นคนฉลาด มีความรู้รอบรู้ 4.สื่อสารเก่ง หากดีแต่ไม่พูดเรียกว่า อรหันต์แห้ง เหมือนพระพุทธเจ้ามีการสื่อสาร พูดจามีเสน่ห์ 5.เป็นที่ยอมรับของคนทั่วไป

ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่การเคหะแห่งชาติมาร่วมงาน
โอกาสแห่งการถักทอประกอบเครื่องประเทศไทย โดยใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง รัฐมนตรีและ ครม. ต้อง 1.ส่งเสริมเบญจภาคี ได้แก่ พอช. สสส. กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมการพัฒนาชุมชน กรมการปกครอง รวมตัวกันทำงานร่วมกัน 2.ให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคาร 7,000 แห่ง ต้องไปช่วยตำบลให้ทำบัญชีเป็น ส่งเสริมให้มีเงินออมกับสถาบันการเงินชุมชน
3.กระทรวงอุดมศึกษา 1 มหาวิทยาลัยต่อ 1 จังหวัด ไปหนุนจังหวัดในเรื่องวิชาการต่างๆ เพื่อลดต้นทุน นำนิสิตนักศึกษาลงไปทำงานชุมชน 4.กระทรวงดิจิตัล สร้างศักยภาพทางดิจิตัลเต็มพื้นที่ 5.ภาคธุรกิจ – ธุรกิจชุมชน ต้องมาหนุน ส่งเสริมธุรกิจชุมชน
นพ.ประเวศกล่าวถึงการสร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุดในโลก คือเป็นประเทศที่คนทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีสมรรถนะ และมีความงดงามด้วย โดยมีกลไกที่จะกระตุ้นให้เกิดตรงนี้ขึ้น โดยใช้หลักการใหม่ในการยกร่างธรรมนูญ 2563-2564 1.ปฏิรูปสร้างอำนาจ กระจายอำนาจสู่ชุมชนท้องถิ่น 2.ประชุมร่วม 3 สภา คือ สภาองค์กรชุมชน สภาท้องถิ่น และรัฐสภา 3.ประชาธิปไตยทางตรงและทางอ้อมบรรจบกัน ปัจจุบันการเดินทางสะดวก มีช่องทางสื่อสารต่างๆ สามารถรับความคิดเห็นจากประชาชนได้รวดเร็ว
4.กำหนดเครื่องมือสร้างพลเมือง ตัวอย่างกระทรวงสาธารณสุขสร้างเครื่องมือไว้เยอะมาก เช่น สสส. สช. เรื่องดี ๆ อาจทำถึง 10 ปีกว่าจะเห็นผลอย่างต่อเนื่อง หากจะทำงานเรื่องนี้ต้องกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 5.กำหนดความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ กรณีอเมริกา 1 man 1 vote แต่ก็เกิดความเหลื่อมล้ำมาก และ 6.การประชุมสมัชชาพัฒนานโยบายสาธารณะ
“หากจะคิดเรื่องต่าง ๆ จะต้องมาจากข้างล่าง ข้างบนจะคิดไม่ออก ซึ่งมาจากระบบการศึกษา 100 กว่าปี ต้องนำความจริงเป็นตัวตั้ง ของเราขณะนี้คือผู้นำชุมชนท้องถิ่นต้องช่วยกันคิดมาจากข้างล่าง ช่วยกันทำ สร้างประเทศไทยที่เข้มแข็งขึ้นมาจากข้างล่าง ช่วยกันสร้างประเทศไทยที่น่าอยู่ที่สุดในโลก” นพ.ประเวศกล่าวในตอนท้าย







