ตำบลบางน้ำผึ้ง อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เป็นตำบลหนึ่งในเขตอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ เหตุที่ได้ชื่อว่าตำบลว่า “บางน้ำผึ้ง” นั้น จากคำบอกเล่าของผู้สูงอายุเล่ากันในหลายที่มา บ้างว่า เดิมพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ที่มีไม้ยืนต้น และไม้ผลที่มีความอุดมสมบูรณ์มาก ทำให้มีฝูงผึ้งมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้มักจะเข้าป่าหาน้ำผึ้งกันได้เป็นจำนวนมาก จึงเรียกกันต่อมาว่า ตำบลบางน้ำผึ้ง และนิยมนำมาใส่บาตรถวายแด่พระภิกษุสงฆ์ซึ่งถือเป็นของสูงค่าและมีคุณค่า มีความบริสุทธิ์ จึงเกิดเป็นประเพณีตักบาตรน้ำผึ้งสืบต่อกันมา เป็นการปฏิบัติตามอย่างเมื่อครั้งพุทธกาล ประชาชนก็นิยมถวายน้ำผึ้งป่าให้กับพระพุทธเจ้า อีกคำบอกเล่าหนึ่งคือ ชุมชนแห่งนี้เป็นชุมชนดั้งเดิมตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมมีชื่อหมู่บ้านอย่างไรนั้นไม่ปรากฏหลักฐานแต่มีเรื่องเล่าว่า ครั้งหนึ่งพระองค์เจ้าสายน้ำผึ้งและพระนางเจ้าสุชาดาได้เสด็จประพาสทางชลมารคมาในพื้นที่บริเวณนี้ตามลำน้ำเจ้าพระยา เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณนี้พบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีความร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ มีพันธุ์ไม้ขึ้นอยู่หนาแน่นทำให้มีฝูงผึ้งมาอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมีผู้เก็บน้ำผึ้งมาถวาย พระนางเจ้าสุชาดาจึงทรงอธิษฐานจิตว่าหากน้ำผึ้งที่ได้รับมา สามารถช่วยรักษาโรคเรื้อรังของพระธิดาได้ จะทรงสร้างวัดถวายไว้ในพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่าน้ำผึ้งที่ได้มาจากบริเวณนี้สามารถรักษาโรคของพระธิดาได้ พระองค์เจ้าสายน้ำผึ้ง จึงโปรดให้สร้างวัดบางน้ำผึ้งนอก และพระนางเจ้าสุชาดาได้โปรดให้สร้างวัดบางน้ำผึ้งในขึ้น และตั้งชื่อว่า “วัดสุชาดา” ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อมาจนเป็นวัดบางน้ำผึ้งใน มาจนถึงปัจจุบันนี้ และเรียกชุมชนบริเวณนี้ว่า “บ้านบางน้ำผึ้ง” และต่อมาจึงตั้งเป็นตำบลบางน้ำผึ้งมาจนถึงปัจจุบันนี้
คุณบุญลอย อู่เงิน ประธานกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางน้ำผึ้ง เล่าว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางน้ำผึ้ง ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 30 ตุลาคม 2550 เริ่มจากแกนนำจิตอาสาในชุมชน จำนวน 9 คน โดยมีแรงบันดาลใจและหนุนเสริมสร้างแนวคิดการดำเนินงาน การพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนจาก คณะกรรมการขับเคลื่อนงานสวัสดิการชุมชนจังหวัดสมุทรปราการ นำโดย คุณภูหะพัฒน์ มั่งมี ผู้นำแนวคิดกองทุนสวัสดิการชุมชนมาสู่จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง (คุณเฉลิม อิงชำนิ) ทราบถึงนโยบาย จึงประชุมเพื่อรวมกลุ่มก่อตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน โดยแรกเริ่มมีการเริ่มเปิดรับสมาชิก แรกตั้ง 40 คน มีเงินกองทุนสวัสดิการชุมชนเพียง 14,400 ต่อมาในปี 2552 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสถาบันพัฒานองค์รชุมชน จำนวน 55,000 บาท เป็นงบตั้งต้นในการขับเคลื่อนงาน จนปัจจันกองทุนสวัสดิการชุมชนบางน้ำผึ้ง จำนวนสมาชิก ปัจจุบัน 713 คน มีเงินกองทุนรวมกว่า 2 ล้านบาท
จัดสวัสดิการให้กับสมาชิก 9 ประเภท ได้แก่
- แรกเกิด/คลอดบุตร ให้เงินแก่สมาชิก 500 บาท โดยนำชื่อทารกที่เกิดเข้าเป็นสมาชิกของกองทุนอัตโนมัติ และนำเงิน 500 หักล้างกับค่าสมัครสมาชิกครั้งแรกไปในตัว
- เจ็บป่วย/นอนโรงพยาบาล ให้เงินช่วยเหลือค่าเดินทางแก่สมาชิกที่ป่วยและนำใบรับรองแพทย์มายืนยันซึ่งโรงพยาบาลที่สมาชิกเข้ารับการรักษาต้องเดินทางไกลกว่าพื้นที่ 6 ตำบล ในเขตพื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยให้เงินแก่สมาชิก 200 บาทสำหรับสมาชิกที่เดินทางไป-กลับ และให้เงิน 500 บาทแก่สมาชิกที่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล กองทุนมีกติกาสมทบเงินด้านเจ็บปีละ 3 ครั้ง
- ผู้สูงอายุให้ของสมนาคุณ(ไข่ไก่1แผง) แก่สมาชิกที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
- การเสียชีวิต
มีเกณฑ์ให้เงินแก่สมาชิกตามระยะเวลาที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก ดังนี้
– หากเป็นสมาชิกตั้งตั้งแต่วันที่ 1-1ปี ได้รับเงิน 1,000 บาท
– หากเป็นสมาชิกตั้งตั้งแต่วันที่ 1ปี1วัน-2ปี ได้รับเงิน 5,000 บาท
– หากเป็นสมาชิกตั้งตั้งแต่วันที่ 2ปี1วัน-4ปี ได้รับเงิน 8,000 บาท
– หากเป็นสมาชิกตั้งตั้งแต่วันที่ 4ปี1วัน-6ปี ได้รับเงิน 10,000 บาท
– หากเป็นสมาชิกตั้งตั้งแต่วันที่ 6ปี1วันขึ้นไปได้รับเงิน 12,000 บาท
- ผู้ด้อยโอกาสและผู้พิการ
- ด้านการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้แก่สมาชิกที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา
ปีที่1-3 ปีละ 300 บาท - เพื่อพัฒนาอาชีพ
- ผู้ประสบภัยธรรมชาติ
- ประเพณี/วัฒนธรรมและการมีส่วนร่วมกับชุมชน
ความสำเร็จที่ภาคภูมิใจคือ การบริหารงานกองทุนฯ มายาวนานถึง 12 ปี อีกทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติเมื่อประมาณ ปี 2558 จากการบริหารเงินภายในกองทุนที่ไม่ลงตัวจนยอดเงินติดลบ จากปัญหานี้จึงมีการปรับเปลี่ยนกติกา และสงผลให้เปลี่ยนกติกาสวัสดิการทุกด้านจนยอดเงินสมดุลและมีความมั่นคงจนถึงปัจจุบัน
จนกระทั่งเมื่อปี 2558 กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางน้ำผึ้ง ต้องเผชิญกับวิกฤติการเงินจากการบริหารงบประมาณภายในกองทุนที่ไม่ลงตัวจนงบประมาณกองทุนสวัสดิการชุมชนติดลบ จากปัญหาดังกล่าวนี้คณะกรรมการกองทุนจึงได้ประชุมเร่งหารือถึงแนวทางการแก้ปัญหา พบว่า สิ่งที่ทำให้กองทุนมีงบประมาณติดลบนั้น อันเนื่องมากจากการจ่ายสวัสดิการให้กับสมาชิกที่มากเกินกำลังของกองทุนฯ เอง เมื่อคณะกรรมการเห็นปัญหาแล้ว นั้น กองทุนจึงได้กลับมาทบทวนกฎระเบียบการจ่ายสวัสดิการให้กับสมาชิกโดยปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทและกำลังของกองทุนเอง ซึ่งใช้เวลากว่า 1 ปี กองทุนสวัสดิการชุมชนตบลบางน้ำผึ้งจึงฟื้นตัวจากวิกฤติการเงินในครั้งนั้น จนยอดเงินสมดุลและมีความมั่นคง จัดสวัสดิการให้กับชาวบ้านในชุมชนได้มาจนถึงปัจจุบันนี้
จากการขับเคลื่อนงานสวัสดิการ ทั้ง ช่วยเหลือพัฒนาที่อยู่อาศัยซ่อมสร้างบ้านให้กับผู้ยากไร้/ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ส่งเสริมอาชีพ ดูแลผู้ป่วย การศึกษา การจัดการทรัพยากร การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทำให้กองทุนสวัสดิการชุมชนเป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน และหน่วยงานในพื้นที่
คุณสุรีย์ อิงชำนิ เหรัญญิกกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางน้ำผึ้ง เล่าความรู้สึกที่ได้ทำงานกองทุนสวัสดิการชุมชน ว่า กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบางน้ำผึ้งมีการดำเนินงานมาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษสืบต่อกันมายาวนานถึง 12 ปี ช่วงหนึ่งกองทุนฯ ประสบกับปัญหาเงินติดลบจากความผิดพลาดในการบริหาร แต่สามารถพลิกฟื้นกองทุนให้กลับมาขับเคลื่อนงานได้อย่างเข้มแข็งมากขึ้นกว่าเดิมได้ จากการร่วมกันคิดร่วมกันแก้ไขปัญหาระหว่างคณะกรรมการและสมาชิก จนกระทั่งกองทุนสวัสดิการชุมชนได้รับการยอมรับจากชาวบ้าน เป็นสิ่งที่ตนรู้สึกภาคภูมิใจมาก ซึ่งหลักสำคัญที่ทำให้กองทุนดำรงอยู่ได้คือการบริหารงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตนั่นเอง






