ตำบลบางเล่า มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว คนจีนจากเมืองจีนเข้ามาแสวงโชคในพื้นที่เมืองฉะเชิงเทราและเมืองปราจีนบุรี เป็นเจ้าของโรงหีบอ้อย,เจ้าของไร่อ้อยและลูกจ้างไร่อ้อย ต่อมาพวกอั้งยี่ได้แผ่อิทธิพลมาถึงแถบนี้ ใครไม่ยอมขึ้นด้วยก็จะฆ่าทิ้ง จนเมื่อมีการปราบอย่างจริงจังก็ต้องแตกหนีกระเจิง แต่มีชาวจีนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ไม่มีปัญหากับบ้านเมือง มีนายเอ่ง แซ่จัง เป็นผู้นำ ทางการเห็นว่าเป็นผู้ไว้ใจได้และมีอิทธิพลปกครองพวกเดียวกันได้ จึงแต่งตั้งเป็นผู้นำมีบรรดาศักดิ์ เป็น”ขุนบางเล่า” ซึ่งเป็นชื่อเรียกตำบลต่อมา
นางวาสนา ชุณหพันธ์ ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเล่าว่า สภาองค์กรชุมชนตำบลบางเล่าได้มีการก่อตั้งมานานแล้วแต่ไม่มีการบริหารงานต่อก็เลยไม่มีใครทำ ต่อมาภายในปี 2561 ก็เริ่มมีการทบทวนสภาฯขึ้นมาใหม่โดยการเรียกสมาชิกในตำบลเข้าร่วมประชุมและคัดเลือกคณะทำงานชุดใหม่ มีคณะกรรมการทั้งหมด 10 คน หลังจากนั้นคณะทำงานจึงเริ่มลงพื้นที่สำรวจบ้านซึ่งในปี 2561 สำรวจได้ทั้งหมด 17 หลัง และมีการจัดลำดับความเดือดร้อนในการซ่อมแซมไว้ด้วย เมื่อทางสภาองค์กรชุมชนตำบลบางเล่า ได้รับงบประมาณสนับสนุนในการซ่อมแซมบ้าน ก็ได้มีการหารือเรื่องระบบบริหารจัดการงบประมาณ ซึ่งทางคณะทำงานเห็นควรว่า ระบบการซ่อมแซมบ้านจะไม่ให้เป็นเงินแต่จะเป็นการซื้อวัสดุให้ตามควาต้องการของแต่ละหลัง ภายใต้วงเงิน 18,000 บาท ซึ่งจะให้บ้านหลังที่ได้การสนับสนุนไปสั่งซื้ออุปกรณ์เอง แต่ทางสภาองค์กรชุมชนจะเป็นผู้จัดการเรื่องค่าใช้จ่าย ในเรื่องแรงงงานการซ่อมแซมบ้านนั้นส่วนใหญ่ชาวบ้านจะช่วยเหลือกันเองจึงไม่ค่อยมีปัญหา ระบบการส่งเงินคือนั้นจะให้ชำระ 300 บาทต่อเดือน แต่ก็มีบ้านที่ให้เปล่าไป 1 หลัง ซึ่งได้มีการประชุมพิจารณาร่วมกัน เหตุผลที่ให้เปล่าก็เพราะบ้านหลังนั้นมีฐานะยากจนและอยู่ในช่วงวัยชราที่เป็นผู้พิการ ซึ่งไม่มีกำลังที่จะส่งเงินคืนได้ ปัจจุบันมีการดำเนินงานเสร็จเรียบร้อยแล้วจำนวนหนึ่ง และได้มีการสำรวจไว้เพิ่มเติมแล้ว
นางพรนภา ปรีดา อายุ 47 ปี อาศัยอยู่ในบ้าน 2 คน มีอาชีพทำการเกษตร ประสบปัญหาเรื่องบ้านทรุดโทรม และหลังคารั่ว ซึ่งเดิมได้นำใบจากมามุงหลังคาแต่เนื่องด้วยใช้งานมานานจึงผุพัง เวลามีฝนตก น้ำมักจะรั่วซึมเข้าไปภายในบ้าน เสาบ้านถูกปลวกแทะ จึงอยากจะซ่อมแซมบ้านแต่ว่าไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ ต่อมาก็เริ่มมีสภาองค์กรชุมชนเข้ามาสำรวจบ้าน และเก็บข้อมูล หลังจากนั้นก็ได้ผ่านการพิจารณาและได้รับความช่วยเหลือ จึงดำเนินการซ่อมแซมหลังคา เปลี่ยนพื้นไม้เป็นเหล็ก และเปลี่ยนเสาไม้เป็นเสาปูน ในการซ่อมบ้านนั้นเธอเป็นผู้ซ่อมเองเพราะเคยเป็นช่างมาก่อนนอกจากนี้ยังมีญาติเข้ามาช่วย จึงไม่มีปัญหาเรื่องค่าแรงช่าง ส่วนเงินที่จะต้องคืนนั้นเธอบอกว่าไม่มีปัญหาพอมีกำลังส่งได้ และเธอฝากขอบคุณทางสภาองค์กรชุมชนตำบลบางเล่าที่ให้การช่วยเหลือ “ได้แค่นี้ก็รู้สึกภูมิใจแล้ว ไม่ขออะไรเพิ่มเติม คนที่ยากลำบากกว่ายังรอให้เข้าไปช่วยเหลือ”
นายประเทือง ซิ้มสื่อ อายุ 65 ปี เล่าว่า ปัญหาที่ประสบอยู่ตอนนี้คือหลังคาผุพัง เวลาฝนตกน้ำมักจะรั่วเข้าไปในบ้าน หลังจากนั้นตนก็ได้รับการช่วยเหลือในวงเงินจำนวน 18,000 บาท และได้นำมาซ่อมแซมหลังคาบ้าน ในส่วนการส่งเงินคืนไม่มีปัญหาสามารถส่งได้ทุกเดือน และตนพอใจกับโครงการนี้เป็นอย่างมากเพราะเป็นโครงการที่ช่วยเหลือสังคม และอยากให้มีเรื่อยๆ
จะเห็นได้ว่าสภาองค์กรชุมชนตำบลบางเล่า สามารถช่วยเหลือคนในตำบลให้ได้มีชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยความร่วมมือกันจากทุกภาคส่วน โดยมุ่งหวังสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยให้กับคนในตำบล ซึ่งมีการทำจากความตั้งใจของผู้นำที่มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในตำบลตัวเอง จากผลสำเร็จที่เกิดขึ้นนั้นทำให้เป็นที่ยอมรับของคนในตำบลและยังทำให้ผู้นำมีกำลังใจในการทำงานต่อไป






