Page 64 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 64
64 • สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป
การสร้างประชาสังคม (civil society) แบบหนึ่งเพื่อหล่อเลี้ยงไว้ และการดูแล การเมืองใหม่ : ภาคประชาชนกับสถานการณ์หลังการเลือกตั้ง :
กลุ่มเหล่านี้ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เสียดุลคะแนนเสียงนี่สำาคัญที่สุด และที่สำาคัญ นายศิวโรฒ จิตนิยม
ประชาชนในชุมชนก็เริ่มรู้สึกว่าตนเองมีอำานาจที่จะควบคุมการเมือง นี่คือ
ประชาธิปไตยจากข้างล่าง การควบคุมการเมืองที่ขัดแย้งทางอุดมการณ์การเมือง จากคำาถามที่ว่า “หลังเลือกตั้ง ชุมชนของเราจะเป็นอย่างไร?” ขอ
เป็นเหลือง-แดง จะถูกสยบให้อยู่ในขอบเขตของแต่ละฝ่ายที่จะไม่ทะเลาะเบาะแว้ง อนุญาตย้อนไปก่อนเลือกตั้งนิดเดียว ก่อนเลือกตั้งเราอยากได้ผู้ที่จะมาเป็นตัวแทน
กันมากนักในพื้นที่ การเกิดขึ้นของสังคมผู้ประกอบจึงเป็นแนวทางไปสู่ เรา ประการแรก สส.ของเราต้องมาสร้างความอยู่เย็นเป็นสุข ประการที่สอง สส.
ประชาธิปไตยจากข้างล่างได้ชัดเจนมากขึ้น แต่น่าเสียดายเราถูกบล็อกไป 5 ปี ที่เราเลือกมาจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และประการที่สาม
สส.เหล่านี้ต้องเป็นคนมีความรู้ ความสามารถ สามารถที่จะเป็นสส.ได้ บางคน
ประเด็นสุดท้ายคือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ใช่เพียงแค่เปลี่ยนทาง ปั่นจักรยานสามล้อก็สมัครได้นะครับ ประการที่สี่ สส.ต้องเป็นคนดีมีคุณธรรม
กายภาพเท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนระบบคิดของเรา เปลี่ยนระบบคิดของพี่น้องทั้งหมด นี่คือแนวคิด สส.ของเรา อันนี้คือเราหวังจากสส. หลังจากวันที่ 24 มีนาคม
กำาไร-ขาดทุน เป็นเรื่องปกติ กลัวความล้มเหลว ความต้องการประสบความสำาเร็จ เราก็ยอมรับ ยอมรับผลการเลือกตั้ง เนื่องจากประเทศไทยต้องการ สส. 500 คน
มีมากขึ้น เราส่งลูกเรียนสูงมากขึ้น ประกันชีวิตมากขึ้น แบบไม่ถามคำาถามสักคำา เราเลือก 1 คนแต่ได้มา 500 เรายอมรับความคิดคนอื่น เขาเลือกคนโน้นมา
เจาะตลาดล่างมากขึ้น อันนี้ชัดเจน ครอบครัวเดี่ยวมากขึ้น มองอนาคตมากขึ้น คนนี้มา เราต้องยอมรับให้ได้ ว่าคนนี้จะเป็นของเรา เราหวังว่า จะทำา 5 เรื่องได้
ที่สำาคัญคือสำานึกของประชาชนมีสูงขึ้น ผู้นำาต้องฟังเสียงชาวบ้าน เช่น นายก อบต. ยอมรับแรกยอมรับว่านโยบายที่เขาหาเสียงไว้ ทุกส่วน ถ้าหากเขาได้เป็นเขาจะ
หากไม่ฟังเสียงชาวบ้าน อนาคตจบเลย โครงสร้างสังคมไทยเปลี่ยนหมดเลย มาทำาอย่างนี้ อย่างนั้น ทั้งๆ ที่บางเรื่องผมไม่ได้เลือกนโยบายนี้ เลือกคนนี้ นี่คือ
จากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่อย่างไรก็ตาม การสร้างเครือข่ายชุมชนแบบใหม่ สิ่งที่เราต้องยอมรับให้ได้ ยอมรับข้อที่สองก็คือ ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เกิดการ
จะเป็นฐานที่สำาคัญในการทำางานชุมชนของพวกเราต่อไป
เปลี่ยนแปลงแน่นอน ถ้าได้พรรคนี้ได้ พรรคนั้นได้หรืออาจจะไม่ไป ก็จะกระทบ
โดยสรุปก็คือ โครงสร้างสังคมเปลี่ยนจากสังคมชาวนา สังคมการเกษตร ต่องานพัฒนาและจะมีผลกระทบต่อคนไทยทั้งหกสิบแปดล้านคน เราต้องยอมรับ
มาเป็นสังคมผู้ประกอบการ ซึ่งจะเป็นสังคมแบบขนมชั้น และในแต่ละชั้นก็จะมี และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง นี่คือประเด็นหลักที่คนไทยทุกคนต้องยอมรับ
เครือข่ายของตนเอง ทำาอย่างไรจึงจะเชื่อมเครือข่ายแต่ละชั้นได้ถึงกัน ข้อค้นพบ ถ้ายอมรับได้มันก็จะง่ายขึ้น แต่ถ้ายังยอมรับไม่ได้การเลือกตั้งแทบจะไม่มี
ของผมก็คือ จะสร้างสังคมผู้ประกอบการให้มากขึ้นและขยายเครือข่ายให้ ประโยชน์เลย ถ้าเรายังยอมรับกันไม่ได้ 35 ล้านคนที่ลงคะแนน แล้วไม่ยอมรับ
เชื่อมถึงกันได้อย่างไร ในทางเศรษฐศาสตร์ ก็จะทำาให้ประเทศไทยหลุดกับดัก ในสิ่งที่เกิด จากสิ่งที่เราคนไทยที่มีสิทธิ์เลือก
การเป็นประเทศเศรษฐกิจระดับกลางได้ เป็นผู้รับจ้างการผลิต เราไม่มีทางสู้ระดับ ประการแรกเราต้องปรับ ปรับตัว ปรับความคิด เราไม่ได้ชอบเขาเลย
บนและจีนได้ เราจะต้องสร้างเอกลักษณ์ของเราขึ้นมา และต้องสร้างตลาดภายใน แต่เราก็ต้องยอมรับ เพราะเขาต้องทำาหน้าที่แทนเรา ถ้ายกตัวอย่างเหมือนกับ
ขึ้นมาให้มากขึ้นเพื่อลดการพึ่งพิง ทุกอย่างต้องเปลี่ยน โรงเรียนก็ต้องเปลี่ยน
บ่อนำ้าที่ยังมีแหนมีจอกอยู่ การเลือกตั้งก็คือการโยนหินก้อนใหญ่ลงไปในหนอง
แหนก็กระจาย เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาแล้วความคิดต้องเป็นหนึ่งเดียว สีฟ้า
สีชมพู สีดำา สีแดง ไม่มีแล้ว ต้องเป็นสีคนไทยเดียวกัน

