Page 54 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 54

54   •  สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป


                                                                                                ก่อน อย่าเพิ่งไปเถียงเขา ถ้าไปเถียงเขาจะไม่ได้ความรู้ เขาจะไม่ระบายอะไรให้เรา
             หลากหลายมุมมอง
                                                                                                ฟังเลย นี่คือวิสัยทัศน์ของท่านอาจารย์บัณฑร” ถ้าเราไปเถียงเขาก่อน เราก็จะไม่รู้
                     แม่สมปอง  เวียงจันทร์ แกนนำาเขื่อนปากมูล ในช่วงการเคลื่อนไหว               ว่าเขาคิดอะไรในห้วงลึก ดิฉันก็ได้เรียนรู้และใช้สันติวิธีในการต่อสู้มาโดยตลอด

             กรณี เขื่อนปากมูล ขณะนั้นประมาณปี 2534-2535 การไฟฟ้าฯ กำาลังรณรงค์                        อีกเรื่องที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์บัณฑร คือ “อย่าไปหลงหัวโขน”
             ว่าถ้ามีเขื่อนก็จะมีปลาให้จับ ทำาเป็นหนังฉายไปตามหมู่บ้านในพื้นที่ ดิฉัน           ในการเข้าไปเป็นคณะกรรมการเขื่อนปากมูล มีคนโทรมาติดต่อดิฉันและ
             พูดมาตลอดค่ะว่าดิฉันเป็นคนหาปลา วันแรกที่ได้เจออาจารย์บัณฑรที่หมู่บ้าน             ในส่วนชาวบ้านเองก็อยากให้ดิฉันเป็นกรรมการด้วย อาจารย์ถามว่า แม่สมปอง
             อาจารย์ได้พานักศึกษาลงไปเรียนรู้เรื่องนี้ในพื้นที่ด้วย                             มีนาไหม เขาแค่สวมหัวโขนให้เราเล่น เมื่อเล่นจบบทบาทแล้วเราก็กลับไปที่ไร่

                     ดิฉันไม่รู้หรอกว่าเป็นอาจารย์ที่ทำางานอิสระ ฉันคิดว่าท่านทำางาน            ที่นา ทำานาอาชีพของเราต่อไป
             การไฟฟ้าฯ เพราะตอนนั้นท่านรูปหล่อมาก ขาวแบบไม่ค่อยเจอแดด อายุน่าจะ                 อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์
             ราว 40 กว่าๆ  ฉันไม่รู้จักก็ด่ารวมเลย เพราะเราไม่เห็นด้วยกับการสร้างเขื่อน
             เราเขียนป้ายตามจุดต่าง ๆ “หยุดเขื่อนปากมูล” และเราจะต้านไม่ให้รถ กฟผ.                     บัณฑร อ่อนดำา ได้ทำาคุณประโยชน์ที่สำาคัญๆ  3  ประการคือ
             เข้าหมู่บ้าน ก็คิดว่าท่านแอบแฝงตัวมาในฐานะนักวิชาการ เราก็ด่าไปว่า                        1)  เป็นนักวิชาการ ที่ไม่ได้อยู่บนหอคอยงาช้าง หากค้นคว้าหาความรู้
             “ท่านเป็นใคร มาแต่ไหน เราไม่รู้จักท่าน ท่านมาทำาอะไรที่นี่ เราไม่เห็นด้วยกับ       จากมวลชน แล้วนำาสู่ราษฎรผู้ยากไร้ ซึ่งนับว่าหาได้ยากไม่แต่ในเมืองไทย
             การสร้างเขื่อนปากมูล” ท่านก็ฟังอย่างเดียว อารมณ์ดีมาก ยิ้ม..ฟังอย่างเดียว

             ส่วนนักศึกษาก็จดสิ่งที่ชาวบ้านพูดไป เราก็พูดต่อว่า “พวกเราไม่เห็นด้วยกับ                  2)  เป็นผู้มีบทบาทชั้นนำาในวงการพัฒนาเอกชน แทบทุกหน่วยงาน
             การสร้างเขื่อนปากมูล และหนังที่ท่านเอามาฉายก็ไม่จริง ท่านบอกว่าหากจับปลา           เคารพนับถือและเชื่อฟังเขา เพราะเขามีใจเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใคร ไม่หนุนคนผิด
             ตามรูปที่ชี้ในแม่นำ้ามูลได้ จะให้ตัวละ 300 บาท แต่ทั้งหมู่บ้านวังสะแบงใต้ ไม่มี    แม้สองฝ่ายที่ตรงกันข้ามกัน ก็มักยินยอมให้นายบัณฑร เป็นผู้ไกล่เกลี่ยเวลา
             ใครสามารถจับปลาพวกนี้ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว” ตอนนั้นพวกเราคัดค้านอย่างหนัก           ขัดแย้งหรือพิพาทกัน น่าเสียดายที่ผู้นำาในองค์กรพัฒนาเอกชนหลายฝ่ายยัง
             จนกระทั่งอาจารย์กลับไปแล้ว จนล่าสุด “มด” มาบอกว่าไปด่าอาจารย์ทำาไม                 ให้ร้ายป้ายสีกันอย่างไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่เป็นคนดี อยู่ด้วยกันแทบทั้งนั้น ในโอกาส
             ก็เพราะเราไม่คิดว่าจะมีคนทำางานวิชาการอิสระแบบนี้มาทำางานกับชาวบ้าน                อันเป็นมงคลวาระ ครบ 7 รอบนักษัตรของนายบัณฑรเช่นนี้ แทนที่จะให้ของขวัญ
                                                                                                แก่เขาเป็นรูปธรรม ต่างมาอโหสิให้กัน และประสานใจเข้าด้วยกันเลิกนินทาว่าร้ายกัน
                     จากนั้น “มด” ก็พาพวกเราออกมาเจอกับท่านอาจารย์บัณฑร อาจารย์                 หันหน้าเข้าหากัน ร่วมงานกัน อดทนต่อถ้อยคำาและกิจกรรมที่ต่างไปจากเรา
             ประเวศบ้าง และอาจารย์ท่านอื่นบ้าง มาสัมผัสผู้หลักผู้ใหญ่ท่านอื่นๆ ในกรุงเทพฯ       จะเชื่อว่าพวกเราได้ให้ของขวัญอันลำ้าค่าแก่นายบัณฑร ผู้เป็นกัลยาณมิตร
             ทำาให้มีความคิดก้าวไกล ก็ได้เรียนรู้ว่า ในการพัฒนาในภาพรวมในการจัดการ              ของพวกเราแทบทุกคน และของขวัญดังกล่าวจะมีคุณมาถึงเรา ตลอดจน
             ทรัพยากรในประเทศไทย จะต้องให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ใช่รัฐอยาก                 ทวยราษฎรวงกว้างอีกด้วย  หวังว่าคำาขอนี้จะสัมฤทธิ์ผล

             จะท�าอะไรก็ไปบีบคอชาวบ้านท�าเอาเลย  เราก็ได้ความรู้นี้จากการถ่ายทอดของ
             ท่านอาจารย์บัณฑร เอาไปพูดในหลายๆ เวที และเรายังได้เรียนรู้อีกว่า “จะต้องมี                3)  นายบัณฑร เป็นพุทธศาสนิก ทั้งทางด้านปริยัติและปฏิบัติ เคยเป็น
             ความอดทน ไม่วู่วาม ใช้สันติวิธี และในการพูดคุย จะต้องเป็นนักฟังที่ดี ฟังเขาพูด     เปรียญและนักศึกษามหามกุฎราชวิทยาลัย แต่มีหัวไปทางก้าวหน้า ไม่ถูก
                                                                                                ความเป็นอนุรักษ์เหนี่ยวรั้งไว้ให้ตีวงอย่างแคบๆ โดยคบหากับเพื่อนชาวไทย
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59