Page 12 - สานต่อความคิดบัณฑร_29-1-63
P. 12

12   •  สานฝัน ตั้งมั่นต่อไป


             ทำางานอยู่ในสลัมที่กรุงเทพฯ โดยเน้นการอบรมพัฒนาผู้นำาชุมชนตามแนว                   เงินอุดหนุนจากองค์กรแม่ในต่างประเทศ มีบางองค์กรที่รายได้มาจากเงินบริจาค
             ความคิดเอ็นจีโอ ประเทศฟิลิปปินส์  ถัดจากการอบรมคือจัดตั้งองค์กรชาวบ้าน             เช่น มูลนิธิดวงประทีป รัฐบาลไทยไม่มีนโยบายให้เงินอุดหนุนแก่เอ็นจีโอ.และ
             เพื่อแก้ปัญหาการไล่ที่ชุมชน  บุคลากรที่ทำางานกับชุมชนเรียกว่านักจัดตั้ง            เริ่มมองเอ็นจีโอ.ไปในทางลบเนื่องจากเคลื่อนไหวคัดค้านภาครัฐ
             ชุมชน (Community Organizer) สมาชิกกลุ่มที่รู้จักกันดีทำางานในชนบท คือ              สนับสนุนการต่อสู้ไล่ที่คลองเตย
             นายบำารุง คะโยธา

                     ในช่วงเวลาเดียวกันผมในบทบาทมูลนิธิดวงประทีปได้ร่วมกับ เอ็นจีโอ.                   ในปี 2525 อ.บัณฑร ได้เข้าสนับสนุนชาวสลัมในเหตุการณ์สำาคัญ ๆ
             กลุ่มแรก ๆ ของกรุงเทพฯจัดตั้ง “กลุ่มศึกษาปัญหาสลัม” แกนประสานงาน                   คือ การต่อสู้ของสลัมคลองเตยที่ถูกการท่าเรือไล่รื้อจากชุมชนหมู่บ้านพัฒนา
             รุ่นแรก ๆ ได้แก่ นายจำานงค์ จิตรนิรัตน์  นายสมควร แก่นจันทร์  นายสิน สื่อสวน       ล็อก 12 (บริเวณที่เป็นทางเข้าการท่าเรือด้านถนนอาจณรงค์ในปัจจุบัน) หมู่บ้าน

             (องค์กรเรด บาร์นา – นอรเวย์)   และได้ประสานงานกับคุณสมสุข บุญญะบัญชา               พัฒนามีประชากรประมาณ 750 หลังคาเรือน ถูกไล่รื้อมาก่อนหน้านี้ในปี 2515
             ซึ่งขณะนั้นทำางานอยู่ที่ศูนย์วิชาการ การเคหะแห่งชาติ  กลุ่มศึกษาปัญหาสลัม          จากบริเวณล็อก 12 ถนนอาจณรงค์  และจัดแบ่งแปลงให้อยู่เป็นสัดส่วน มูลนิธิ
             ได้ประสานงานกับเอ็นจีโอ.ในเครือข่ายรวมได้เจ็ดองค์กร  มีพื้นที่ทำางานส่วนใหญ่       ดวงประทีปซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านพัฒนา มีบทบาทเป็นแกนนำาสนับสนุนการต่อสู้
             ในกรุงเทพฯ แต่ก็มีขยายงานไปหัวเมืองต่างจังหวัดด้วย ผมได้คิดคำาขวัญ                 ของชาวบ้าน แกนนำาคลองเตยได้พบกับ อ.บัณฑร หลายครั้ง เพื่อขอคำาปรึกษา
             การทำางานในขณะนั้น คือ “บริการนำ้าไฟ ไม่ไล่ที่ มีทะเบียนบ้าน คือความต้องการ        ในกระบวนการต่อสู้ไล่ที่กับการท่าเรือ ฯ
             ของสลัม” และเป็นแนวทางยื่นข้อเสนอต่อพรรคการเมืองเมื่อมีการเลือกตั้ง                       อ.บัณฑร ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ต่อสู้ของขบวนสลัมประเทศ

                     พวกเราซึ่งมีผู้นำาชุมชนมาร่วมด้วย เช่น นายสังวาลย์ บุญส่ง จากชุมชน         ฟิลิปปินส์ ในหลายเรื่อง เช่น การวิเคราะห์สถานการณ์การกระทำาจากภาครัฐ
             บ่อนไก่  ทีมงานได้พบกับ อ.บัณฑร อยู่เป็นประจำา  โดยเฉพาะเมื่อมีการประชุม           การปลูกความคิดให้ผู้นำาชาวบ้านกล้าต่อสู้  มีการฝึกอบรม โดยใช้การสร้าง
             เอ็นจีโอด้านสลัม ซึ่งสมัยนั้นมีการประชุมกันบ่อยมากทั้งกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยและ        สถานการณ์สมมุติ ด้วยการนำาเชือกมารัดเอวแกนนำาล้อมกลุ่มมวลชนไว้ไม่ให้
             การประชุมองค์กรเป็นทางการ บรรยากาศขณะนั้นเรียกได้ว่าขบวนเอ็นจีโอสลัม               ถูกตำารวจหิ้วออกไป เพื่อทำาลายกำาแพงมนุษย์ เมื่อเผชิญคอมมานโดสลายม๊อบ
             กำาลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ผลงานเรื่องหนึ่งคือ การคัดค้านการไล่รื้อชุมชนคลองบางอ้อ     อ.บัณฑร ได้เรียบเรียงให้เห็นกระบวนการสามขั้นตอน คือ  ขั้นแรกคือการปลุก

             เขตพระโขนง อันเป็นที่มาของการก่อตั้ง “เครือข่ายสลัมสี่ภาค” กลุ่มศึกษาปัญหา         ส�านึกและการจัดตั้งชุมชน ขั้นสองน�าพามวลชนท�ากิจกรรมพัฒนาเรียกว่า
             สลัมเป็นส่วนหนึ่งของขบวนเอ็นจีโอ ประเทศไทยซึ่งมีงานอยู่ทุกสาขา กลุ่มสำาคัญ         “กระบวนการ”(Process)  และขั้นขยายผลคือการสร้างขบวนการประชาชน
             ได้แก่ กลุ่มสลัม  สิทธิมนุษยชน  การพัฒนาเด็ก  งานพัฒนาชนบท  ซึ่ง อ.บัณฑร           ต่อสู้ต่อเนื่องเรียกว่า “ขบวนการ” (Movement)
             ได้รับความเชื่อถือจากทุกกลุ่ม ประสานได้กับทุกฝ่าย                                         ในปี 2528 การต่อสู้ของชาวหมู่บ้านพัฒนาประสบความสำาเร็จ เพราะ

                     ในด้านงานสลัม  อ.บัณฑร ให้ความสำาคัญสองเรื่อง คือ การพัฒนา                 การท่าเรือฯ ยอมให้ชาวบ้านโยกย้ายชุมชนถอยเข้าไปสร้างชุมชนใหม่ชื่อว่า
             ความคิดแกนนำา และการจัดตั้งกลุ่มชาวบ้าน ซึ่งตรงกันกับความคิดของกลุ่ม               “ชุมชนพัฒนาเจ็ดสิบไร่” โดยมีพิธีลงนามร่วมระหว่างการท่าเรือแห่งประเทศไทย
             ศึกษาปัญหาสลัม แต่กลุ่มศึกษาปัญหาสลัม ทำางานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต                การเคหะแห่งชาติ และผู้แทนกองทัพ กำาหนดทำาสัญญาเช่ากับการท่าเรือเป็น
             ชุมชน รวมถึงการสงเคราะห์ด้วย ขณะนั้นที่มาของรายได้ เอ็นจีโอ ส่วนใหญ่เป็น           เวลา 20 ปี จัดที่ดินให้ชุมชน/ครัวเรือนละ 15 ตารางวา ประมาณพันกว่าแปลง
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17